:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    ธันวาคม 2008
    อา พฤ
    « พ.ย.   ม.ค. »
     123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    28293031  
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 387,197 hits

ดอกไม้ประจำชาติไทย

Posted by Kru nawaporn บน ธันวาคม 12, 2008

เอกลักษณ์ประจำชาติของไทยอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความสวยงาม ร่มเย็น คือ ดอกไม้ เดิมไม่มีการบันทึกแน่ชัดว่าเป็นดอกไม้ชนิดใดคือดอกไม้ประจำชาติไทยเพียงแต่ต่อพูดกันต่อๆมาว่า ดอกราชพฤกษ์หรือชัยพฤกษ์ น่าจะเป็นดอกไม้ประจำชาติไทยclip_image001

คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบและออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดสัญลักษณ์ประจำชาติไทย ๓ สิ่ง ลงนามโดยพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๔ คือ 

ในเบื้องต้น กระทรวงเกษตร กรมป่าไม้ ได้จัดประชุมเรื่อง การกำหนดต้นไม้และสัตว์ประจำชาติ ครั้งที่ ๒/๒๕๐๖ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๐๖ และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้กำหนดต้นราชพฤษ์หรือคูณ เป็นต้นไม้ประจำชาติ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๔ คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ร่วมกับ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประชุมเรื่องการกำหนดเอกลักษณ์ประจำชาติไทยในเรื่องดอกไม้ประจำชาติ และได้ให้เหตุผลในการเลือกดอกราชพฤกษ์ (คูณ) Ratchaphruek (Cassia Fistula Linn.) เป็นดอกไม้ประจำชาติ เพื่อส่งเสริมสัญลักษณ์ประจำชาติไทย และเพิ่มประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้มีผลระยะยาว ด้วยเหตุผลตามผลสรุปของการศึกษาและรวบรวมข้อมูลของกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรว่า 

ราชพฤกษ์ เป็นต้นไม้พื้นเมืองที่รู้จักกันแพร่หลายสามารถขึ้นได้ทุกภาคของประเทศไทย
ราชพฤกษ์ ใช้ประโยชน์ได้มากเช่นฝักเป็นสมุนไพรที่มีค่ายิ่งในตำหรับแพทย์แผนโบราณและแก่นแข็งใช้ทำเสาเรือนได้ดี
ราชพฤกษ์ มีประวัติเกี่ยวข้องกับประเพณีของชาวไทยเพราะเป็นไม้ที่มีชื่อเป็นมงคลนามและอาถรรพ์ ก่นไม้ชัยพฤษ์เคยใช้พิธีสำคัญๆ มาก่อนเช่น พิธีลงหลักเมืองใช้เป็นเสาเอกในการก่อสร้างพระตำหนัก ทำคธาจอมพลและยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร นอกจากนี้อินทรธนูของข้าราชการพลเรือนก็จำลองจากช่อชัยพฤษ์เป็นเครื่องหมาย
ราชพฤกษ์ มีอายุยืนนานและทนทาน
ราชพฤกษ์ มีทรวดทรงและพุ่มงามมีดอกเหลืองอร่ามเต็มต้น เป็นสัญลักษณ์แห่งพุทธศาสนา 

คณะกรรมการอำนวยการปลูกต้นไม้แห่งชาติได้มีการเชิญชวนให้มีปลูกต้นราชพฤกษ์ จำนวน ๙๙, ๙๙๙ ต้น ทั่วราชอาณาจักรเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทีทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ 

เป็นไม้จำพวก Cassia มีชื่อเรียกว่า Cassia Donosa ลำต้น ตอนโคน มีข้อแหลม ๆ ดอก สีชมพูแก่ ออกดอก เมื่อผลิใบอ่อน ดอกไม่ดก ฝักเล็ก ขนาด ฝักคูน สีดำเกลี้ยง ไม่มีขนใบเล็ก บาง ไม่มีขนในประเทศไทยพบขึ้นทั่วไปตามป่าเบญจพรรณทั่วประเทศ กระจายพันธุ์ไปในป่าเต็งรังมีมากทางเหนือและอีสาน นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ทางอีสานเรียกว่า”ต้นคูน” ราชพฤกษ์เป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ผลัดใบสูง ๕-๑๕ เมตร ลำต้นค่อนข้างเปลาตรงเปลือกนอกสีเทาอมน้ำตาล สีเทาอมขาวหรือสีนวล เรียบ เกลี้ยงหรือแตกล่อนเป็นสะเก็ดโตๆ บ้าง เปลือกในสีเหลือง เรือนยอดรูปไข่หรือรูปร่ม ค่อนข้างทึบ แตกกิ่งต่ำ แผ่กว้าง ให้ร่มเงาดี เนื้อไม้แปรรูปใช้ทำเสา สากตำข้าว ล้อเกวียน คันไถ เครื่องกลึง ชาวเหนือและชาว อีสานนิยมใช้เปลือก เนื้อไม้ และผลมาทำสีย้อมให้สีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้าฝ้ายและผ้าไหม (ข้อมูลจาก หนังสือต้นไม้ยาน่ารู้ ของ ธงชัย เปาอินทร์) 

clip_image002ข้อมูลจำเพาะของราชพฤกษ์ 

ชื่อวิทยาศาสตร์   Cassia fistula Linn
ชื่อวงศ์   CAESALPINIACEAE
ชื่อสามัญ   Golden Shower, Indian Laburnum, Pudding-Pine Tree, Purging Cassia
ชื่อท้องถิ่น   ภาคเหนือ เรียก ลมแล้ง 
ภาคใต้ เรียก ราชพฤกษ์
ปัตตานี เรียก ลักเกลือ ลักเคย
ภาคกลาง เรียก ชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์
กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี เรียก กุเพยะ
กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน เรียก ปือยู , ปูโย , เปอโซ , แมะหล่า
อีสาน เรียก คูน

ลักษณะทั่วไป  ราชพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นสูงได้ถึง ๑๕ เมตร เปลือกต้นสีเทา ผิวเรียบ ใบ เป็นใบประกอบ ที่ปลายก้านใบเป็นคู่ ใบย่อยเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม เนื้อใบเกลี้ยงค่อนข้างบางหูใบมีขนาดเล็กและร่วงง่าย ดอกออกเป็นช่อห้อยระย้าจากซอกใบ ช่อดอกมีกลีบเลี้ยง ๕ กลีบ มีแผ่นบางๆ ยาว ๑.๑๕ ซม.กลีบดอกมี ๖ กลีบ สีเหลืองสดปลายมนเห็นเส้นลายชัดเจน ผล เป็นฝักทรงกระบอกเปลือกนอกบางและแข็งเหมือนไม้ เรียบไม่มีขนยาว ๒๐ – ๖๐ ซม. มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ – ๒ ซม. ภายในแบ่งเป็นช่องๆ มีเมล็ดรูปรีแบนสีน้ำตาลจำนวนมาก 

การปลูก  เพาะเมล็ดให้ได้ต้นกล้าสูง ๓๐ – ๕๐ ซม. ขุดหลุมกว้างและลึก ๕๐ – ๗๐ ซม. ตากดินไว้ ๑๐- ๑๕ วันใช้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมนำต้นกล้าลงปลูก กลบดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่ม ปลูกง่าย ไม่ช้าก็จะตั้งตัวได้ 

สรรพคุณทางยา

ฝัก   รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย มีกลิ่นเหม็นเอียน เย็นจัด ไม่มีพิษสรรพคุณใช้ขับเสมหะ ขับพยาธิ แก้เด็กเป็นตานขโมย เป็นยาถ่ายและแก้ไข้มาลาเรีย 
เนื้อในฝัก   รสหวานเอียน ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ ยาระบาย แก้ไข้มาลาเรีย แก้ปวดข้อ
เมล็ด   เมล็ดเป็นยาระบายและทำให้อาเจียน
ดอก   รสขมเปรี้ยว เป็นยาถ่ายแก้โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและแผลเรื้อรัง
ใบอ่อน   รสเมา แก้กลาก
 

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เนื้อในฝักคูนมีสารประเภท Anthraqinones หลายตัว เช่น Aloin, Rhein, Sennoside A, B และยังมี Organic acid สาร Anthraquinone ทำให้เนื้อฝักคูนมีฤทธิ์เป็นยาระบายได้ โดยมีฤทธิ์ไปกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ เหมาะสำหรับผู้ที่ท้องผูกเป็นประจำ

จาก บทความการศึกษา วันที่ 3 ตุลาคม 2551 อักษรเจริญทัศน์ (อจท)

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: