:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    มิถุนายน 2009
    อา พฤ
    « พ.ค.   ก.ค. »
     123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    282930  
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 385,985 hits

กรดไหลย้อน โรค (ไม่) ร้ายที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

Posted by Kru nawaporn บน มิถุนายน 15, 2009

clip_image001หลังจากการรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ คุณเคยเกิดอาการเรอเปรี้ยว หรือรู้สึกแสบยอดอก หรือบริเวณหลอดอาหารหรือไม่ เพราะถ้าเกิดอาการแบบที่ว่ามา นั่นอาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณมีอาการของโรคกรดไหลย้อน หรือ Gastroesophageal Reflux Disease (GERD) เกิดขึ้นได้ ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งเอาไว้นานอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้

ความผิดปกติของหลอดอาหาร
รศ.นพ.สุเทพ กลชาญวิทย์ อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า โรคกรดไหลย้อนมีสาเหตุมาจากความผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของหลอดอาหาร และกระเพาะอาหารเป็นส่วนใหญ่ โดยจะเกิดขึ้นเนื่องจากมีการคลายตัวของหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารที่ถี่ หรือมากกว่าคนปกติ ทำให้กรด หรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดอาการปวดแสบ อักเสบ ทำให้เกิดแผลถลอกขึ้นในหลอดอาหาร

ในคนปกติภายหลังการรับประทานอาหารก็สามารถเกิดน้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาได้ เพียงแต่ถ้าไม่ทำให้เกิดอาการ หรือไม่ทำให้เกิดพยาธิสภาพ เกิดการอักเสบ หรือการทำลายเยื่อบุของหลอดอาหาร หรือทางเดินอาหารส่วนบน แต่เมื่อไรก็ตาม ถ้าทำให้เกิดอาการรบกวน หรือทำให้เกิดอาการอักเสบ หรือมีการทำลายเยื่อบุหลอดอาหาร หรือทางเดินอาหารส่วนบนจากการเกิดกรดไหลย้อน เมื่อนั้นถือว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน โดย รศ.นพ.สุเทพ บอกว่า สาเหตุที่ทำให้หูรูดส่วนปลายหลอดอาหารกั้นกรดเอาไว้ไม่อยู่นั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด

อาการของโรคกรดไหลย้อน
อาการของโรคกรดไหลย้อนที่จะสังเกตได้ก็คือ เกิดอาการเรอเปรี้ยว คือ มีความรู้สึกของการที่มีกรดไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกได้

บางคนเมื่อมีกรดไหลย้อนขึ้นมาทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอก อาการคล้ายโรคหัวใจ แยกกันยาก ซึ่งโรคหัวใจเป็นโรคที่อันตรายกว่า เวลาเกิดอาการ คนก็มักจะไปหาสาเหตุของโรคหัวใจก่อน ถ้าไม่เจออาการของโรคหัวใจแล้วจึงค่อยมาดูที่โรคกรดไหลย้อน

นอกจากนั้น หากกรดไหลย้อนขึ้นมาสูงถึงบริเวณลำคอ ทำให้เกิดอาการเจ็บคอเรื้อรัง ไอเรื้อรัง เสียงแหบ กล่องเสียงอักเสบ ทำให้มีปัญหา โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้เสียงเยอะๆ และปล่อยไว้นานๆ เข้าอาจกลายเป็นมะเร็งกล่องเสียงได้ด้วย

หากว่าอาการของโรคกรดไหลย้อนมีอาการมากขึ้น แล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจจะทำให้เกิดการอักเสบของหูรูดส่วนปลายหลอดอาหาร เกิดหลอดอาหารตีบ หรืออาจจะทำให้เยื่อบุหลอดอาหารส่วนปลายเปลี่ยนไปได้ และแถมยังมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารมากขึ้นได้

ถ้ามีอาการหลอดอาหารส่วนปลายอักเสบเป็นๆ หายๆ แต่ไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดพังผืดจนเกิดอาการตีบได้ ซึ่งจะทำให้กลืนอาหารไม่ได้ กลืนลำบาก ซึ่งส่วนใหญ่เจอในคนที่เป็นมาก และไม่ได้รับการรักษา หรือมีกรดไหลย้อนเยอะ และอาการไม่มากไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน มารักษาอีกทีก็พบอาการหลอดอาหารตีบ อุดตันแล้ว ซึ่งจะทำให้มีโอกาสเกิดเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ รศ.นพ.สุเทพ เสริม

อาการของโรคกรดไหลย้อนที่เกิดขึ้นนั้นจะมีความสัมพันธ์กับหลายๆ ปัจจัย ยกตัวอย่างเช่น ความอ้วน ซึ่งคนอ้วนอาจจะเกิดกรดไหลย้อนได้มากกว่าคนผอม เนื่องมาจากแรงดันในท้องมีมากกว่าปกติ

นอกจากนั้น อาหารบางอย่าง เช่น อาหารมัน อาหารที่มีแคลอรีสูง อาหารมื้อใหญ่ หอม กระเทียม อาหารที่มีส่วนผสมของมิ้นต์ น้ำอัดลม เหล้า ไวน์ ชา กาแฟ บุหรี่ อาหารรสจัด ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้หูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารคลายตัวได้บ่อยขึ้น จึงทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกรดไหลย้อนมากขึ้น

การตรวจรักษา
การที่จะตรวจเช็กอาการให้แน่ชัดว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นเนื่องมาจากโรคกรดไหลย้อนหรือไม่ วิธีที่จะตรวจให้แน่ใจได้ 100% ก็คือ การส่องกล้อง เพื่อดูว่าหลอดอาหารอักเสบ หลอดอาหารตีบ หรือเซลล์เปลี่ยนไปเป็นมะเร็งแล้วหรือยัง รวมทั้งสามารถตรวจดูผลข้างเคียง ภาวะแทรกซ้อนว่ามีหลอดอาหารอักเสบจากกรดไหลย้อนไหม

นอกจากนั้น การส่องกล้องยังอาจจะทำให้เจอสาเหตุการเจ็บป่วย หรือสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้กรดในกระเพาะไหลย้อนได้มากขึ้นด้วย เช่น โรคในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น เนื้องอกในกระเพาะ เหล่านี้ก็ทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้

อย่าปล่อยให้เรื้อรัง
สำหรับคนที่เกิดอาการโรคกรดไหลย้อนแล้ว โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง เพราะฉะนั้นถ้าไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอาการก็จะเป็นอยู่เรื่อยๆ และถ้าไม่รักษาก็จะทำให้เกิดอาการรบกวนตลอดเวลา ที่แย่กว่านั้นจะมีอาการหลอดอาหารอักเสบ เกิดภาวะแทรกซ้อนหลอดอาหารเป็นแผล เลือดออก หลอดอาหารตีบ หรือเซลล์เยื่อบุหลอดอาหารเปลี่ยนไป มีโอกาสเป็นมะเร็งได้

ควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทาน หันมารับประทานอาหารมื้อเล็กลง หลีกเลี่ยงอาหารมัน รสจัด เผ็ดจัด ที่จะทำให้มีอาการมากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารทำให้กรดไหลย้อนมากขึ้น เช่น หอม กระเทียม มิ้นต์ ช็อกโกแลต กาแฟ ชา มะเขือเทศ น้ำผลไม้เปรี้ยว น้ำอัดลม บุหรี่ เหล้า ฯลฯ

นอกจากนั้น ไม่ควรนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร ควรจะเว้นระยะไปสัก 3 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารผ่านลงลำไส้ไปก่อน ถ้านอนทันทีอาหารผ่านไปช้าลง และเกิดกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น หรือหากถึงเวลานอนจริง ควรหนุนศีรษะให้สูงขึ้นจะช่วยลดอาการได้

ถ้าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้ผล และมีอาการรุนแรงขึ้นอาจจะต้องใช้ยา ซึ่งส่วนมากเป็นยาลดกรดในกระเพาะ โอกาสที่กรดจะย้อนมาก็ลดลง อาการจะดีขึ้น อีกทางเลือกหนึ่งคือ การผ่าตัดให้หูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารแน่นขึ้น สำหรับคนที่ไม่ต้องการรับประทานยา แต่มักจะผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีอาการมากๆ จริงๆ

โรคกรดไหลย้อน แม้ว่าจะไม่ใช่โรคที่ดูจะอันตรายมากสักเท่าไหร่ ถ้าไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมากเกินไปนัก แต่ถ้าทิ้งเอาไว้ให้เกิดบ่อยๆ จนเรื้อรังก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายตามมาได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย 

ที่มา : เรื่อง สุรีย์รัตน์ พิทักษ์ / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ขอบคุณ: 108-1000 เรื่อง  อักษรเจริญทัศน์ (อจท)

About these ads

4 Responses to “กรดไหลย้อน โรค (ไม่) ร้ายที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ”

  1. gclub said

    ต้องคอยระวังหน่อยแล้ว..

  2. เกี่ย said

    -ผมเป็นคนนึงที่เป็นโรคกรดไหลย้อน อาการของผมหนักมากวันแรกที่เป็นรู้สึกแน่นหน้าอก /แน่นท้อง /มีน้ำลายเหนียวๆ /อยากจะอ้วก /เรอบ่อยแต่ไม่หายแน่นหน้าอก คล้ายๆเหมือนมีก้อนน้อยติดที่ลิ้นปี่/แน่นจนขนาดหายใจไม่ออกต้องไปโรงพยายบาลให้อ๊อกซิเจน

    -อยู่โรงพยาบาลได้1อาทิตย์ก็กลับมาบ้านแต่อาการก็ยังมีอยู่บ่อยๆกินยาไปได้1เดือนครึ่งก็ยังไม่ดีขึ้นมากเท่าไร น้ำหนักจาก59กิโลลดลงเหลือ46-47กิโลผมรู้สึกหดหู่ เครียด หมดเงินไปหลายหมื่นก็ยังไม่ดีขึ้น
    -วันหนึ่งผมโทรไปหาญาติที่เป็นกรดไหลย้อนญาติผมเป็นก่อนผม4-5เดือนตอนนี้หายดีแล้วถึง 90-95% เค้าก็แนะนำมาว่าให้เรากินอาหารเสริมTransfer Factor plus advanced

    -ผมเลยตัดสินใจลองเพราะอยู่อย่างนี้ก็ทรมานราคามันขวดละ ประมาณ 2000 กว่าบาท1กล่องมี 90 แคปซูลอยู่ที่ว่าเราจะซื้อในแบบสมาชิกหรือป่าวไม่เสียค่าสมาชิกด้วยกินมาได้1เดือนแล้วรู้สึกดีขึ้นมากอาทิตย์แรกกินคู่กับยาหมอหลังจากนั้นก็ไม่ได้กินยาหมอเลยน้ำหนัก46ก็ขึ้นมาเป็น49-50แล้วนี่แค่1เดือนญาติผมบอกให้กินไปประมาณ2-3เดือนแล้วจะหายเอง
    ***ใครสนใจในผลิตภัณท์Transfer Factor Plus Advancedยินดีให้คำแนะนำที่086-5572095 เกี่ย ยินดีให้คำปรึกษาเพื่อนร่วมโรค
    ติดต่อตั้งแต่10.00 – 22.00***

  3. Kru nawaporn said

    ขอบคุณ.. คุณเกี่ยนะคะ ที่แบ่งปันประสบการณ์เล่ากันฟัง รวมทั้งมีข้อแนะนำและทางเลือกให้กับผู้สนใจท่านอื่นด้วย ขอบคุณค่ะ

  4. kim said

    เท่าที่ทราบ หลังจากเป็นโรคกรดไหลย่้อนแล้ว อาหารที่กิน
    ปกติจะต้องงดเยอะมากทีเดียว เช่น อาหารที่เกี่ยวกับน้ำมัน
    เกือบทุกชนิด แม้แต่ข้าวผัดก็ต้องงด ของหวานทุกชนิดรวม
    ทั้งผลไม้หวานจัด จะแก้ปัญหาหรือกินอาหารอย่างไรไม่สุขภาพขาดสารอาหารที่จำเป็น ที่สุดผอมลงทุกที สามปีลดสองกิโลครับ ขอบคุณ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: