น้ำพริก 7 วัน 7 สูตร
Posted by Kru nawaporn บน มกราคม 14, 2010
นพ.มรกต กรเกษม ได้กล่าวไว้ในโอกาส เปิดงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 4” ว่าที่ผ่านมาคนไทยมีแนวโน้มเจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรังมากขึ้น สาเหตุเพราะพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเลือกซื้ออาหารคำนึงความอร่อยไม่คำนึงคุณค่าทางโภชนาการหรือประโยชน์ของอาหาร จากปัญหาดังกล่าวตนเห็นว่าควรส่งเสริมการใช้สมุนไพรรักษาโรคมากขึ้น ภายในปี 2554 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า ในโรงพยาบาลจะมีการใช้สมุนไพรรักษาผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 ของบัญชียารักษาโรคทั้งหมด อีกด้านหนึ่งต้องส่งเสริมคนไทยให้ปรับพฤติกรรมการบริโภค เริ่มจากรณรงค์ให้กินน้ำพริก – ผักจิ้ม ซึ่งเป็นอาหารตำรับไทยแท้ให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 มื้อ มีสูตรน้ำพริก โดยภูมิปัญญาคนไทยหลากหลายให้เลือกรับประทานได้ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน หรือเรียกว่า “น้ำพริก 7 วัน 7 สูตร” โดยจากการวิจัยพบว่าการกินน้ำพริกและผักจิ้มจะได้สารต้านอนุมูลอิสระจากส่วนประกอบของน้ำพริก คือ หอม พริก กระเทียม ส่วนผักจิ้มน้ำพริก มีสารไฟโตเคมิคอล เช่น ฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์ คลอโรฟิลล์ ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ป้องกันโรคและต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันและหลอดเลือดรวมทั้งโรคภูมิแพ้
จันทร์ – น้ำพริกไข่ต้ม
เครื่องปรุง: ไข่ไก่ 2 ฟอง, พริก 5-12 เม็ด, กระเทียมไทย 2 หัว, เกลือ, ผักชีฝรั่ง 1 ต้น, หอมแดง 1 หัว
การปรุง:
1.หั่นผักเป็นท่อนๆ ลวกจนสุก แล้วตักขึ้นแช่น้ำเย็น
2.ต้มไข่ พอเดือดให้ตักแช่ในน้ำเย็นทันทีจะช่วยให้ปอกเปลือกง่ายขึ้น
3.คั่วพริกกับกระเทียมลงในกระทะจนมีกลิ่นหอม แล้วจึงนำไปตำให้แหลกในครก เติมเกลือ
4.ใส่ไข่ลงไปในครกแล้วตำให้เข้ากัน เติมน้ำที่ใช้ลวกไข่ลงเล็กน้อยให้พอขลุกขลิก แล้วตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งซอย หอมแดงซอย
ผักเคียง: ถั่วพู บวบงู ถั่วฝักยาว น้ำเต้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักกาดขาว ยอดฟักแม้ว ยอดฟักทอง
เคล็ดลับความอร่อย : เวลาต้มน้ำ ใส่ช้อนโลหะลงไปด้วย จะช่วยให้น้ำเดือดเร็วและประหยัดพลังงาน
อังคาร – แจ่วปลาแห้ง
เครื่องปรุง: ปลาแห้งป่น 3 ช้อนโต๊ะ, พริกป่น 1-2 ช้อนชา, หอมแดงไทย 4-6 หัว, น้ำปลาร้าต้ม, น้ำปลา
การปรุง:
1. ใส่ปลาแห้งป่นในกระทะ คั่วไฟอ่อนๆ พอให้หอม ตักใส่ครก
2.คั่วพริกป่นพอให้หอมด้วยวิธีการเดียวกับการคั่วปลาแห้งป่น แล้วตักใส่ครก
3.เติมหอมแดงลงในครก ตำทั้ง 3 อย่างให้แหลกเข้ากันดี แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลาร้าและน้ำปลา
ผักเคียง : ผักสด-ผักกาดขาว ผักกาดหิ่น ใบโหระพา ผักบุ้ง ผักชีลาว ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ต้นหอม ผักเม็ก กระโดน หมาว้อ ใบหอมหัวแดง, ผักลวกหรือผักนึ่ง-เห็ดนึ่ง ผักบุ้ง ตำลึง ชะอม หน่อไม้ ถั่วพู ถั่วฝักยาว ฟักข้าว แตงอ่อน ยอดฟักแม้ว ยอดฟักทอง
เคล็ดลับความอร่อย : ดัดแปลงเป็นน้ำพริกปลาร้าสุดหรูได้ โดยเปลี่ยนจากเนื้อปลาแห้งป่น เป็นเนื้อปลาช่อนต้มแทน หรือถ้ามีปลาทูเหลือจากน้ำพริกกะปิมื้อก่อนๆ ก็นำมาแกะใส่แทนเป็นน้ำพริกปลาทูได้ง่ายๆ แบบประหยัดๆ
เป็นสูตรที่เหมาะกับผู้ต้องการควบคุมน้ำตาล โดยกินควบคู่กับตำลึงลวก และมะระขี้นกลวกสม่ำเสมอจะให้ผลดีมาก
พุธ – แจ่วปลาร้าลาวเวียง
เครื่องปรุง: พริกแห้ง 4-6 เม็ด, หัวหอม 2-3 หัว, มะขามเปียก 3 ฝัก, ข่าอ่อน 3 แว่น, ตะไคร้ 2-3 ต้น, กระเทียมไทย 10-12 กลีบ, ใบมะกรูด 3-4 ใบ, ปลาร้า 1 ขีด
การปรุง:
1.นำปลาร้ามาสับเนื้อให้ละเอียด
2.นำข่าอ่อน ตะไคร้ หัวหอมมาซอยและสับให้เข้ากับเนื้อปลาร้า
3.คั่วพริกแห้งพอมีกลิ่นหอม โขลกพริกแห้งให้ละเอียดในครก แล้วตักเครื่องสมุนไพรและปลาร้าลงไป เคล้าให้เข้ากันดี
4.ใส่น้ำมะขามเปียกลงไป พอได้รสชาติเปรี้ยวนิดหน่อย
5.ซอยใบมะกรูดโรยหน้าเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม
ผักเคียง : ผักสด-ใบบัวบก กระเจี๊ยบเขียวหรือกระเจี๊ยบมอญ ยอดมะกอก มะเขือเปราะ ถั่วพู ดอกกระเจียว ถั่วฝักยาว ขนุนดิบ หัวปลี สมอ ไพล ผักปรัง ผักแว่น กระทือ ขมิ้นอ่อน ผักชีใบยาว กระโดน, ผักสุก-หน่อไม้ต้ม มะระขี้นกลวก ชะอมลวก
เคล็ดลับความอร่อย : ถ้าทานไม่หมด นำไปผัดน้ำมันเก็บไว้ทานมื้อต่อไปได้อีก 2 วันโดยไม่ต้องแช่ในตู้เย็น แต่รสจะเข้มขึ้นเล็กน้อย
พฤหัสบดี – น้ำพริกมะขาม
แบบชาวบ้าน– แบบชาววัง
เครื่องปรุง: มะขามอ่อนสด 5-6 ฝัก, กระเทียมไทย 12 กลีบ, พริกแห้ง 2-3 เม็ด, พริกสด 4-6 เม็ด, กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลแว่น 1-2 แว่น, เกลือนิดหน่อย
การปรุง:
1.ล้างมะขามอ่อนสดให้สะอาด ขูดเอาขุยสีน้ำตาลออกให้หมด แล้วหั่นเป็นท่อนๆ ตำให้ละเอียด
2.ใส่พริกแห้ง พริกสด กระเทียม กะปิลงไป ตำให้แหลกให้เข้ากัน ปรุงรสให้ได้ตามชอบ
ผักเคียง: ผักสด-ใบบัวบก ผักกะสังข์ ใบชะพลู ผักกาดขาว มะเขือเปราะ บวบงู กระเจี๊ยบเขียว แตงกวา
เคล็ดลับความอร่อย : เติมหมูสับลงไป แล้วนำไปผัดในน้ำมันด้วยไฟอ่อนๆ จะได้เป็นน้ำพริกมะขามผัดเสริมโปรตีนถ้วยใหม่
ศุกร์ – น้ำพริกแดง
เครื่องปรุง: พริกขี้หนูแดง 15 เม็ด, กระเทียมไทย 2 หัว, ถั่วเน่า 3 ช้อนโต๊ะ, เกลือ 1 ช้อนชา, กะปิ, ข่าแก่ 1 หัว, น้ำต้มผัก 3 ช้อนโต๊ะ
การปรุง:
1.คั่วพริกกับกระเทียมให้มีกลิ่นหอม พอเริ่มหอมแล้วยกขึ้น ตักใส่ครก
2.ใช้ใบตองหรือใบข่าห่อกะปิแล้วเผาไฟให้หอม ถั่วเน่าก็ห่อใบตองหรือใบข่าเผาให้หอมเช่นกัน
3.นำเครื่องปรุงทุกอย่างที่เผาให้หอมแล้วมาตำรวมกันให้ละเอียด ปรุงรสด้วยเกลือ เติมน้ำต้มผัก แล้วคลุกให้เข้ากัน
ผักเคียง : ผักต้มหรือลวก-ดอกและยอดขี้เหล็กต้ม ยอดแค ดอกแค ชะอม ยอดฟักทอง ยอดฟักแม้ว ถั่วแปบ ผักกาดขาว ถั่วฝักยาว ถั่วพู บวบงู ผักบุ้งไทย
เคล็ดลับความอร่อย: น้ำพริกแดงกินเข้ากันดีกับเนื้อย่างแดดเดียวกับข้าวเหนียวร้อนๆ
เสาร์ – น้ำพริกกะปิ
เครื่องปรุง: กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ, พริกขี้หนูสวนหรือพริกชี้ฟ้า 5-10 เม็ด, กระเทียมไทย 5-7 กลีบ, น้ำปลา, น้ำตาลปี๊บ มะเขือพวง, มะนาว
การปรุง :
1.ห่อกะปิด้วยใบข่าหรือใบตองเผาให้หอม
2.ใส่กะปิกับกระเทียมตำพอให้บุบ แล้วใส่พริกขี้หนูสวนลงไปตำด้วยกัน พอให้เม็ดแตก อย่าให้แหลก
3.ปรุงรสด้วยมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ให้ออกครบ 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน แล้วเติมน้ำสุกเล็กน้อย
4.บุบมะเขือพวงพอแตกในครก แล้วตักใส่ถ้วยน้ำพริก
ผักเคียง : ผักสด-มะเขือเปราะ สายบัว กระชาย ขมิ้นอ่อน กระทือ กระเจียว กระเจี๊ยบเขียว แตงกวา, ผักชุบไข่ทอด-ชะอม ใบตำลึง ใบมะยม มะเขือยาว, ผักลวกหรือผักลวกราดกะทิ-ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว ถั่วพู ผักกูด โสน ดอกแค ยอดแค ยอดฟักทอง, ผักดอง-ตับเต่าดองมะขาม ผักบุ้งดองมะขามสด เสี้ยนดอง ต้นหอมดอง กุ่มดอง
อาทิตย์ – น้ำชุบไคร้ทรงเครื่อง
เครื่องปรุง: หัวกะทิ 1 ถ้วย, ตะไคร้อ่อน 5-7 ต้น, พริกแห้ง 10-15 เม็ด, พริกไทยดำ 1 ช้อนชา, ขมิ้น 1 แง่ง, กระเทียม 2-3 หัว, กุ้งแห้ง, เกลือเล็กน้อย, หอมแดง 4-5 หัว
การปรุง :
1.ซอยตะไคร้ หอม กระเทียม ขมิ้นให้บางๆ แล้วนำมาตำให้เข้ากันให้ละเอียด กุ้งแห้งตำละเอียด
2.ตั้งกะทิบนเตาเคี่ยวให้เดือด อย่าลืมหมั่นคน แล้วใส่เครื่องเทศและกุ้งแห้งตำละเอียดลงในกะทิ คนให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำตาล
3.เคี่ยวให้แตกมัน แล้วยกลงตักเสิร์ฟกับผักเคียง
ผักเคียง : ผักสด-สะตอ ลูกเนียง ผักเหมียง ผักหมรุย ยอดมะม่วงหิมพานต์ หรือผักเผา-สะเดา สะตอเผา หรือผักดองต่างๆ เช่น สะตอดอง เหนียงดอง กุ่มดอง
ขอบคุณ: เว็บไซด์อรุณสวัสดิ์
