โทษของเตาไมโครเวฟ
Posted by Kru nawaporn บน มีนาคม 24, 2010
เห็นคนไทยใช้ microwave มาก ๆ ก็แปลกใจ ทำไมเตาไมโครเวฟ จึงมีโทษ และหากมีโทษ…ทำไมรัฐบาลจึงไม่ห้าม การวางขายในตลาด และมีการเปรียบเทียบอย่างหนึ่ง อาจอธิบายปรากฏการณ์นี้ ได้ กล่าวคือ หากคุณวางกบตัวหนึ่งลงในกระทะที่กำลังตั้งไฟร้อนๆ กบจะกระโดด หนีออกจากกระทะทันที แต่ถ้าใช้เทียนไขค่อยๆ ลนกระทะใบนั้น ให้ร้อนขึ้น เรื่อย ๆ ตอนเริ่มต้นกบจะยังไม่รู้สึกถึงความร้อน แต่พอเริ่มรู้สึกและอยากกระโดดหนี ขาก็จะโดนละลายติดกับกระทะ จนหนีไม่พ้น
ปัจจุบันเตาไมโครเวฟ ก็เหมือนเทียนไขเล่มนั้น คนที่ใช้ก็เหมือนกบตัวนั้น กว่าจะรู้ตัวว่า ถูกละลายติดหนับ ก็อาจสิบ หรือยี่สิบปี ผ่านไปแล้ว แต่จะช้าหรือเร็ว ต้องถูกยึดติดขาไว้แน่…
ในการให้เลือดของโรงพยาบาล ต้องเอาเลือดที่นำออกจากตู้เย็น ไปอุ่นให้ร้อนเสียก่อน ก่อนที่จะฉีดให้คนไข้ เคยมีนางพยาบาลที่ต้องการประหยัดเวลา ใช้เตาไมโครเวฟช่วยอุ่นอุณหภูมิของโลหิตนั้น ปรากฏว่า พอฉีดเข้าในร่างกายผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตทันที จึงเป็นที่มาของกฎข้อห้ามที่เข้มงวด ในโรงพยาบาลทุกโรงพยาบาล ห้ามใช้เตาไมโครเวฟอุ่นโลหิตอย่างเด็ดขาด ตั้งแต่นั้นมาบนฉลากขวดนมสำหรับเลี้ยงทารก ก็มีการระบุอย่างชัดเจนว่า ห้ามใช้เตาไมโครเวฟต้มน้ำให้เดือด เนื่องจากคลื่นไมโครเวฟจะไปทำลายสารอาหารที่มีประโยชน์ทั้งหมด
ผลร้ายที่เกิดเนื่องจากไมโครเวฟนี้ มีรายงานมากมายที่ทำในประเทศรัสเซีย เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ แต่มีน้อยมากที่ทำในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากการวิจัยในสหรัฐส่วนใหญ่ จะต้องเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางการค้า มิฉะนั้นจะไม่ค่อยมีคนทำตาม
รายงานในรัสเซีย เยอรมนี และสวิส พบว่าคลื่นไมโครเวฟ จะทำให้คลื่นสมอง ลดลง สมองเสื่อม ทำให้คลื่นสมองมีความยาวคลื่นสั้นลงในไมโครเวฟนอกจากจะเป็นสารก่อมะเร็งแล้ว ยังเป็นสารตกค้างที่ร่างกายขจัดไม่ได้ คลื่นในระยะยาวจะทำให้ฮอร์โมนเพศลดลง และเปลี่ยนแปลงทำลายเกลือแร่ต่างๆ ในผักเปลี่ยนเป็นอนุมูลอิสระที่เป็นโทษต่อร่างกาย ยังมีคลื่นอื่นๆ อีกหลายตัวในไมโครเวฟ ที่ล้วนทำให้สารบำรุงในอาหารเปลี่ยนไป และแปรสภาพเป็นสารก่อมะเร็ง…
การรับประทานอาหารที่ปรุงโดยไมโครเวฟนาน ๆ จะทำให้ร่างกายสะสมสารก่อมะเร็ง เป็นจำนวนมาก เนื่องจากสารบำรุงในอาหารถูกทำลาย ก็จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ทำให้ร่างกายอ่อนแอ การรับประทานอาหารแบบนี้ในระยะยาวจะทำให้ความจำเสื่อม ขาดพลัง
ทางที่ดี…หากเป็นไปได้ ใช้ให้น้อยที่สุด…
ข้อมูลจากหนังสือ การก่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บและการป้องกัน เขียนโดย ดร. หงซานเปิ่น (ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการ มหาวิทยาลัยสิงคโปร์)
ที่มา: forwarded mail

suraneebhorn กล่าว
ขอบคุณที่หาบทความดีๆ ที่ให้ความรู้มาแจกจ่าย