แนะวิธีขับรถบนทางโคลน
Posted by Kru nawaporn บน มิถุนายน 25, 2010
เหตุถนนลื่นกว่าปกติ โดยเฉพาะลูกรังหรือทางดิน
คุณอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า การขับรถในช่วงฤดูฝน ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากในช่วงที่ฝนตกใหม่ ๆ น้ำฝนจะผสมกับขี้ฝุ่น กลายสภาพเป็นดินโคลนบาง ๆ ฉาบผิวหน้าถนน ทำให้ถนนลื่นกว่าปกติ โดยเฉพาะถนนที่เป็นลูกรังหรือทางดิน หากฝนตกหนักจะเปลี่ยนสภาพเป็นบ่อโคลน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น เพื่อความปลอดภัยผู้ขับขี่ควรปฏิบัติ ดังนี้
การขับรถบนทางโคลนควรเลือกใช้ยางแบบดอกใหญ่เพื่อให้ยางสะบัดโคลนออกจากล้อได้ง่าย และควรหยุดรถประเมินสภาพเส้นทาง และเลือกวิ่งในทางที่ตื้น เคลื่อนตัวโดยรักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ บังคับพวงมาลัยให้อยู่บนทางเดิม ไม่ควรเปิดทางใหม่โดยไม่จำเป็น เนื่องจากพื้นดินในทางเดิมจะถูกบีบอัดจนแน่น ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างสะดวก
กรณีขับแล้วรู้สึกหนืดให้ขยับพวงมาลัยไปมาอย่างช้า ๆเพื่อให้ล้อเกาะพื้นดินใหม่ จะช่วยให้รถเคลื่อนที่ได้ แต่ห้ามหมุนล้อเร็วเกินไป เพราะทำให้ระบบบังคับเลี้ยวพัง กรณีรถเคลื่อนตัวไม่ได้ให้ใช้เกียร์ 1 พร้อมเหยียบคันเร่งเป็นจังหวะ จะช่วยให้ล้อไม่ปั่นฟรีและควบคุมรถได้ง่ายขึ้น หากรถไม่เคลื่อนที่ ให้เหยียบคันเร่งเบา ๆหรือเร่งเป็นจังหวะ แต่ถ้าเป็นโคลนเละมาก ๆ ให้ใช้เกียร์ 2 จะทำให้ความเร็วของล้อเพิ่มมากขึ้น ห้ามขับลงบ่อโคลนหรือบ่อน้ำอย่างแรง เพราะโคลนอาจเข้าไปอุดตันในเครื่องยนต์ รังผึ้งหม้อน้ำทำให้ไม่สามารถระบายความร้อนของเครื่องยนต์ได้ เมื่อขับผ่านถนนที่เป็นโคลนแล้ว ให้ทำความสะอาดผ้าเบรก และวงกระทะล้อซึ่งอาจทำให้ล้อหมุนไม่สมดุล หรือเกิดอาการสั่นในขณะวิ่งได้
กรณีรถจมโคลนหรือติดหล่มไม่ควรเร่งเครื่องยนต์ เพราะจะทำให้ล้อจมลึกมากขึ้น ให้ใช้ก้อนอิฐหรือเศษไม้มาวางด้านหน้ายางรถยนต์ โดยเฉพาะล้อหลัง จะช่วยให้ยางยึดเกาะพื้นถนนจนเคลื่อนออกจากหลุมได้ หรือใช้รถที่มีกำลังสูงกว่ามาลากจูง การขับรถบนเนินเขาชันควรเลือกใช้รถให้เหมาะสมกับสภาพถนน โดยเฉพาะเส้นทางที่ลาดชันและลื่นมาก ควรขับเป็นแนวตรง ไม่ควรขับเป็นแนวทแยง เพราะเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำสูง อีกทั้งควรใช้เกียร์ต่ำ
การขับรถข้ามสิ่งกีดขวางผู้ขับขี่ควรจับพวงมาลัยให้มั่นและบังคับไปในทิศทางเป็นมุมเฉียงกับสิ่งกีดขวาง และข้ามทีละล้ออย่างช้า ๆ โดยเลือกข้ามในมุมหรือขอบของสิ่งกีดขวาง ใช้เกียร์ต่ำในการขับเคลื่อน พร้อมกับพยายามเร่งเครื่องและเบรกเป็นจังหวะ เพื่อลดแรงกระแทกระหว่างล้อกับพื้นถนน พร้อมทั้งจับพวงมาลัยให้มั่นเพื่อป้องกันพวงมาลัยสะบัด
ที่สำคัญ ไม่ควรขับข้ามสิ่งกีดขวางไปตรง ๆ ตามแนวยาวของตัวรถ เพราะอาจทำให้ช่วงล่างเสียหาย
ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ขอบคุณ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.
