ใจหายวูบ หัวใจเต้นผิดปกติ
Posted by Kru nawaporn บน มกราคม 10, 2011
เชื่อว่า หลายคนเคยมีอาการเหมือน “ใจหายวูบ” หรือบางครั้งรู้สึก “หัวใจเต้นแรงผิดปกติ” ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้สึกตกใจ หรือทำกิจกรรมอะไรที่ส่งผลให้หัวใจมีปฏิกิริยาเช่นนั้น พูดง่าย ๆ บางครั้งเพียงแค่นั่งอ่านหนังสือ หรือนอนฟังเพลงเฉย ๆ ก็รู้สึกใจหายวูบได้
อาการเหล่านี้ เป็นหนึ่งใน ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ (Palpitations) เป็นภาวะที่สามารถเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าร่างกายจะแข็งแรงดี หรือมีโรคประจำตัวก็สามารถประสบกับภาวะเช่นนี้ได้ โดยปกติหัวใจคนเรา จะเต้นประมาณ 100,000 ครั้ง ต่อวัน และอาจเต้นผิดจังหวะได้ประมาณ 100-200 ครั้งต่อวัน ซึ่งยังถือว่าปกติอยู่
แต่ถ้ามีภาวะหัวใจเต้นแรงผิดปกติหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้น อาจทำให้หัวใจบีบตัวไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้เลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจมีปริมาณไม่คงที่หรืออาจมีปริมาณเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างกะทันหัน จะนำมาสู่อาการหรือความรู้สึก ใจหาย หรือ ใจหายวูบ นั่นเอง
ปัจจัยใดที่ก่อให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจไม่ได้อันตรายอย่างที่คุณคิด ถ้าเราสังเกตพบอาการใจหายวูบ เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แล้วหายไป ไม่จำเป็นต้องกินยาหรือรักษา เพราะส่วนใหญ่เกิดจาก
– ได้รับคาเฟอีนมากเกินไป นั่นหมายถึง ใจแต่ละวัน คุณดื่ม ชา-กาแฟ มากเกินไปหรือเปล่า
– สูบบุหรี่ ก็มีผลต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
– ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจบีบตัวและสูบฉีดเลือดถี่ขึ้น
– ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ความโกรธ ตื่นกลัว หรือกังวล
– ผลข้างเคียงจากการกินยาเกินขนาด
– การแพ้ยาหรืออาหาร
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือเต้นเร็วผิดปกติ เกิดขึ้นเป็นประจำ ถี่ขึ้น จนคุณรู้สึกทนไม่ไหว ควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย เพราะอาหารที่ว่าอาจบ่งบอกว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจ โรคที่คุณอาจเป็นได้แก่
– ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
– โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
– ภาวะหัวใจล้มเหลว
– ภาวะหัวใจรั่วหรือตีบตัน
– โรคความดันโลหิตสูง
– โรคโลหิตจาง
– ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ หรือต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ
– ผู้หญิงตั้งครรภ์ ช่วงก่อนหรือหลังมีประจำเดือน
– โรคหอบหืด หรือโรคปอดเรื้อรัง
– ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น
สำหรับผู้สูงอายุ ถ้าไม่แน่ใจหรือกังวลว่าภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติหรือเต้นผิดจังหวะ จะเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจหรือไม่ คุณหมออาจแนะนำให้ตรวจหาสาเหตุด้วยเครื่องมือพิเศษ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram : ECG) การทำอัลตราซาวน์หัวใจ (Echocardiogram) หรืออาจติดเครื่องติดตามการเต้นของหัวใจขนาดพกพาตลอด 24 ชม. หรือที่เรียกว่า Holter นอกจากนี้อาจเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหาความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์ และตรวจวัดระดับของเกลือแร่ในร่างกาย เช่น การตรวจหาระดับโปแตสเซียม แมกนีเซียม หรือสารอื่น ๆ ที่อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติได้
สังเกตสุขภาพตัวเองอยู่เสมอ เพื่อหาผิดปกติ ยิ่งรู้เร็ว ก็ยิ่งแก้ไขได้เร็ว ใส่ใจตัวเอง สุขภาพที่ดีก็ไม่หนีไม่ไปแล้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.ปกรณ์ โล่ห์เลขา อายุรแพทย์ด้านโรคหัวใจ นิตยสาร Health Today ฉบับเดือน สิงหาคม 2552
