:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    สิงหาคม 2008
    อา พฤ
    « ก.ค.   ก.ย. »
     12
    3456789
    10111213141516
    17181920212223
    24252627282930
    31  
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 436,669 hits

มหัศจรรย์เคล็ดวิชา “การหายใจ”

Posted by Kru nawaporn บน สิงหาคม 1, 2008

มีบทความหนึ่งใน ผู้จัดการออนไลน์ 3 กรกฎาคม 2549 09:21 น. โดย ไพศาล พืชมงคล

อ่านดูแล้วน่าสนใจ เลยเอามาให้อ่านกัน

มนุษย์ สัตว์ พืช ฯลฯ สิ่งมีชีวิตบนโลกทั้งหลาย ล้วนแล้วแต่ต้องหายใจ สัญญาณชีพที่บ่งบอกถึงการมีอยู่บนโลกบิดเบี้ยว บวมปูดใบนี้ แต่กฎธรรมชาติข้อนี้กลับลึกลับน่าสนใจมากกว่าแค่การหายใจเพื่อมีชีวิตอยู่เท่านั้น ซึ่งผู้ที่ค้นพบความจริงข้อนี้ คือ “พระพุทธเจ้า” นั่นเอง

กระนั้น ทุกคนเกิดมาต่างก็ต้องหายใจกันทุกวี่วัน แต่ไม่ใคร่ใช้คำสอนของพระพุทธเจ้าที่มีมานานนับพันปี จึงน้อยคนนักที่จะรู้ว่า “การหายใจ” ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร ไพศาล พืชมงคล ผู้เขียนมหัศจรรย์แห่งโลกภายในแห่งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน มาบอกเคล็ดวิชา “การหายใจ” ง่ายๆ ที่ถูกต้องเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
ไพศาลตั้งข้อสังเกตอย่างน่าสนใจว่า ในวันหนึ่งๆ ชั่วโมงหนึ่งๆ เรารู้สึกตัวมากน้อยเพียงใดว่ากำลังหายใจอยู่

คนส่วนใหญ่ไม่รู้เลย อย่างมากก็เพียง 5 นาที เท่านั้นที่รู้สึกว่า กำลังหายใจ เมื่อเราหายใจโดยไม่รู้ก็เกิดความเผลอเรอในความรู้สึก บางครั้งบางคราเราจึงไม่ได้ยินเสียงที่จอแจ ไม่เห็นและไม่จดจำผู้คนที่เดินผ่านไปมา ซึ่งการที่ไม่รู้สึกว่า ตนเองหายใจอยู่ ถือว่าเป็นอันตรายมาก เหมือนปลาว่ายน้ำไม่เห็นน้ำฉันใดก็ฉันนั้น

ดังนั้น การหายใจ สามารถเป็นทั้งคุณและโทษ หากหายใจผิดเพียงไม่กี่นาที ก็เสียชีวิตแล้ว อย่างโรคไหลตาย ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง คนที่นอนกรน หรือเป็นโรคไหลตาย เป็นเพราะหายใจไม่เป็น นอนหายใจทางปาก ทั้งๆ ที่คนเราไม่ควรหายใจทางปากเลย ยกเว้นในช่วงที่ออกกำลังกาย ซึ่งวิธีการแก้ง่ายๆ ก็คือ ไม่ควรนอนหงายแต่ให้นอนตะแคงข้าง และฝึกการหายใจที่ถูกต้องทางจมูกเท่านั้น

ไพศาล อธิบายต่อว่า ลมหายใจไม่อยู่โดยโดดเดี่ยวแต่เกาะเกี่ยว 3 สิ่งเชื่อมโยงกันอยู่ คือ ร่างกาย ลมหายใจ วิญญาณ ลมหายใจเมื่อเข้าสู่ร่างกายเป็นลมภายในที่เรียกว่า “ปราณ” หล่อเลี้ยงชีวิตไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ในหลอดเลือด สมอง กระเพาะ สำไส้ฯลฯ โดยลมหายใจแรกและลมหายใจสุดท้ายของมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม เมื่อ อุแว้ ครั้งแรกก็พ่นลมหายใจออก เหมือนสิ้นชีวิตลมหายใจสุดท้ายก็เป็นลมหายใจออกเช่นเดียวกัน

ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว หากได้มีการเตรียมตัวอย่างเพียบพร้อมแล้ว ไพศาล หยิบยกตำราทิเบตซึ่งมีวิชา “เดินทางไกล” เป็นการเตรียมตัวไปสู่ความตาย นั่นคือ เราต้องเตรียมลมหายใจสุดท้าย ที่จะกลายเป็นพาหนะเดินทางไปสู่ที่สว่าง แจ่มแจ้ง ไม่ตรงดิ่งไปสู่อบายมุข หลงทาง วกวน โดดเดี่ยว ที่สำคัญเคล็ดวิชานี้ยังนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย

“คนหายใจทุกวัน ตั้งแต่เกิดถึงตาย รู้หรือไม่ว่า ลมหายใจส่งผลต่อสุขภาพอนามัย และภาวะทางจิต ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่จึงหายใจกันไปอย่างนั้นเอง เรียกว่าหายใจได้แต่ หายใจกันไม่เป็น เมื่อเราไม่รู้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ก็ไม่สามารถรับประโยชน์จากสิ่งนั้นอย่างที่ควรจะเป็นได้อย่างเต็มที่”
ไพศาลบอกว่า การหายใจที่ถูกหลัก ถูกกฎนั่นมีวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว โดยยึดหลัก “อานาปานสติ” ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงยกย่องมาก โดยการมีสติ คือ ตัวรู้ กำหนดจิต ทำความรู้จักจิต โดยมีอุบายง่ายๆ คือ ก่อนเข้านอนเพียงแค่ลองสังเกตตัวเอง ว่า ก่อนจะหลับนั้น เรากำลังหายใจเข้าหรือหายใจออก ในวันแรก สัปดาห์แรกเราอาจหลับไปทั้งๆ ที่ไม่รู้ตัว เมื่อฝึกไปเรื่อยๆ สัปดาห์ที่ 2,3 ก็จะสามารถจับจุดได้เอง ผลที่ได้รับจากการการปฏิบัติเช่นนี้ จะทำให้เราเป็นผู้มีสติ ทั้งยามตื่น ยามหลับ ไม่ฝันร้าย ไม่ตื่นขึ้นมาแล้วเพลีย

“การทำสมาธิทำให้ง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องเน้นพิธีกรรมให้ลึกลับเร้นลับ หรือไม่ต้องจัดท่วงท่าอะไรมากนักก็สามารถทำสมาธิได้ อย่างการสังเกตลมหายใจเข้าออกช่วงที่จะหลับนั้น เราได้ฝึกสมาธิแบบไม่รู้ตัว เป็นการฝึกสมาธิที่ง่ายๆ ที่สุด คนเราสามารถหลับได้อย่างมีสติ บังคับได้ ที่เราควบคุมไม่ได้เพราะเราไม่รู้ว่าหลับ ซึ่งหากหลับโดยไม่มีสติแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากซากศพ เพียงร่างกายเท่านั้นที่ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป”

ไพศาล บอกอีกว่า การนอนหลับคือการที่จิตได้พักผ่อน ในขณะที่ร่างกายอวัยวะต่างๆ ยังคงต้องทำงานตามปกติ ซึ่งทางการแพทย์แนะนำให้คนเราควรนอนหลับพักผ่อนวันละไม่ต่ำกว่า 8 ชม. แท้จริงแล้วเรานอนหลับลึก หลับสนิทเพียง 3-4 ชม. แต่การที่เราต้องนอนถึง 8 ชม.เพราะคนส่วนมากใช้เวลาการเดินทางเข้าสู่ภาวะการหลับลึกนานมาก บางคน 5-6 ชม. ดังนั้นคนเราจึงไม่ได้หลับทั้ง 8 ชม.และไม่จำเป็นต้องนอนถึง 8 ชม.ด้วย

นอกจากเราจะใช้เวลาในการเข้าสู่ภาวะหลับลึกเป็นเวลานานแล้ว บางคนหัวถึงหมอนก็นอนหลับได้อย่างสบายใจแต่ก็ไม่เต็มอิ่มเพราะเสียเวลากับการออกจากการหลับซึ่งยากพอๆ กัน เมื่อตื่นมาก็ไม่สดชื่น ขี้เกียจ ง่วงหาว สิ่งเหล่านี้ทำให้เราไม่ได้รับประโยชน์จากการนอนหลับอย่างเต็มที่

เมื่อเรารู้ว่าเราหายใจแล้วขั้นต่อมาคือการควบคุมการหายใจ ไพศาล ชี้ให้เห็นว่า ลมหายใจเข้าออกจุดแรกคือที่จมูก ลึกสุดที่ปลายล่างสุดขั้วล่างของปอด หรือที่บริเวณสะดือ ความยาวเท่ากับตะเกียบ 1 คู่ การหายใจสั้นๆ ลมหายใจเข้าแล้วออกทันที หรือการหายใจลึกจนสุดขั้วปอด จะทำให้รู้สึกอึดอัดหายใจไม่สะดวก เป็นการหายใจที่ไม่ดี ซึ่งช่วงการหายใจที่สบาย ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนสั้น บางคนยาว แต่การหายใจที่ดีควรจะหายใจลึกมากกว่า 6 นิ้ว ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางไปจนถึงล่างสุดของขั้วปอด โดยที่ร่างกายสามารถบังคับการหายใจได้ถ้ามีความรู้ตัว ดังนั้นจึงควรลองสังเกตตัวเองหายใจเข้าและหายใจออกหาช่วงการหายใจที่รู้สึกสบายแล้วให้จำจุดนั้นไว้

สรุปได้ว่ากฎการหายใจข้อแรก คือ การหาจุดหายใจที่สบายที่สุด ขั้นต่อมาคือ การหายใจอย่างประณีต คนเราเมื่อเวลาโกรธ ตื่นกลัว ตกใจ เหนื่อย หงุดหงิดจะมีลมหายใจสั้น และหยาบ ส่วนลมหายใจละเอียดประณีตจะเกิดกับผู้ที่เปิกบาน ผ่องใส กฎการหายใจข้อ ที่ 3 คือ ลมหายใจสม่ำเสมอ ไม่กระชาก กระตุก คนที่อารมณ์ซึมเศร้า เหงา ว้าเหว่ โรคเครียด โรคจิตมักจะมีอาการของการหายใจไม่สม่ำเสมอเนื่องจากขาดปีติ เมื่อรวม 3 สิ่ง หายใจสั้น กระชาก ไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า โรคร้ายเข้ารุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดัน ส่วนการหายใจที่ถูกที่ดีเป็นเสมือนยาอายุวัฒนะช่วยให้อายุยืนยาว ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ หยุดยับยั้งอาการเครียด กังกล ความเหนื่อย ไม่สบายต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์

โดย ครูนวพร

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: