:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    ตุลาคม 2008
    อา พฤ
    « ก.ย.   พ.ย. »
     1234
    567891011
    12131415161718
    19202122232425
    262728293031  
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 449,666 hits

หลับสบาย ได้สุขภาพ

Posted by Kru nawaporn บน ตุลาคม 31, 2008

การนอนหลับถือว่าเป็นการพักผ่อนร่างกายที่ดีที่สุดแต่จะนอนอย่างไรให้สุขภาพดีนั้นก็ต้องอ่านข้อมูลที่เรานำมาแนะนำให้ค่ะ ว่าการนอนนั้นควรที่จะหลับรวดเดียวตลอดคืนและต้องนอนในท่าที่เหมาะสมถูกต้อง ก็จะทำให้เราหลับสบาย ตื่นขึ้นมาด้วยความสุขสดชื่น ไม่มีอาการปวดเมื่อยตามตัว ยิ่งได้ที่นอน หมอนที่ดีมาช่วยพยุงสรีระให้แนวกระดูกสันหลังอยู่ในแนวตรงได้ตลอดคืน โดยไม่จำเป็นต้องราคาแพง แต่ต้องทดลองนอนจริงก่อนซื้อทุกครั้ง รับรองว่าสุขภาพดีอยู่แค่เอื้อมว่าแต่จิตใจต้องไม่เครียดหรือกังวลด้วย

ในชีวิตของคนเรา การนอนเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้สุขภาพคนเราแข็งแรง แต่นั่นย่อมหมายถึงนอนหลับรวดเดียวตลอดทั้งคืน โดยเฉลี่ยแล้วจะประมาณ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งจะแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล หากแต่ระยะเวลาของการนอนหลับนั้นนอกจากเพียงพอแล้ว ยังต้องมีคุณภาพในการนอนอีกด้วย

ส่วนหนึ่งนั้นมาจากที่นอน ต้องได้มาตรฐาน ไม่ยุบบุ๋มลงไป หรือไม่แข็งเป็นกระดาน และควรมีการรับประกันหลายปี แต่ถ้าที่นอนนุ่มเกินไป นอนแล้วตัวยุบเป็นรอยบุ๋ม จะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามตำแหน่งที่ยุบตัวนั้น เช่น ปวดคอ ปวดหลัง เป็นต้น และถ้าที่นอนแข็งเกินไป เช่น นอนบนกระดาน พื้นปูน จะเกิดรอยกดเจ็บบริเวณที่เป็นกระดูก

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับท่านอน ถ้านอนหงายจะกดบริเวณสะบัก กระเบนเหน็บถึงก้นกบ ถ้านอนตะแคง จะเจ็บบริเวณหัวไหล่ ขอบกระดูกเชิงกรานด้านข้าง ปุ่มกระดูกสะโพกด้านข้าง ปุ่มกระดูกหน้าแข้งท่อนเล็กด้านข้างใต้เข่าเล็กน้อย อาจเริ่มด้วยอาการชา หลังตื่นนอนสักพักก็หายเอง ถ้านอนท่านี้บ่อยๆ ทุกวัน ก็อาจมีอาการปวดเมื่อยร่วมด้วย หรืออาจชาอยู่นานหลายสัปดาห์ หรือเป็นเดือนก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ต้องรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป

บางรายสาเหตุเกิดจากการชอบเอาตุ๊กตา หรือสิ่งของอื่นมาวางเต็มที่นอน ซึ่งหากมีขนาดใหญ่ เมื่อนอนทับเป็นเวลานานจะทำให้ร่างกาย โดยเฉพาะตามแนวคอและหลังปวดเมื่อยหลังตื่นนอนคล้ายกับอาการคอตกหมอนหรือหลังยอกได้

นอกจากที่นอนแล้ว หมอนที่ไม่รองรับสรีระกับท่านอนก็จะทำให้มีอาการปวดคอเรื้อรังได้ การรักษาต้องทำหลายวิธีและใช้เวลานาน แต่ถ้าเป็นทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น โบราณเรียกว่า คอตกหมอน บางคนหายเองได้ภายใน 3 วัน แต่วันแรกอาการเหมือนรุนแรงมากจนหันคอไม่ได้เลย ก็ควรรีบไปพบแพทย์

สำหรับการป้องกันที่ดีที่สุด นอกจากที่นอนและหมอนที่เหมาะสมแล้ว ท่านอนก็มีความสำคัญไม่น้อย

·     ท่านอนหงาย ใช้หมอนเตี้ยหนุนแล้วคอไม่ก้มมากไป หลักการคือให้คออยู่ในสรีระตรงตลอด

·     ท่านอนตะแคง มักเป็นท่าที่คนทั่วไปชอบนอน ควรใช้หมอนสูงขนาดที่รองซอกคอแล้วคออยู่ในแนวตรงพอดี มีหมอนข้างไว้กอดเพื่อพยุงแขน และขาข้างที่อยู่ด้านบนไม่ให้เบี่ยงห้อยลงมา เนื่องจากจะทำให้แนวโครงสร้างสะโพก และไหล่ได้ระดับสมดุลปกติของร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดอาการคอบ่าไหล่ปวดตึง หรือสะโพกขัด ปวดเอวได้หลังตื่นนอน

·     ท่านอนคว่ำ ใช้นอนเล่นได้ ไม่ควรนานเกิน 20-30 นาที ถ้าต้องนอนทำสปา ควรเป็นเตียงเจาะรูให้หน้าลงไปเพื่อคอไม่ต้องหันตะแคงเป็นชั่วโมง มิเช่นนั้นทำสปาเสร็จ สบายตัว แต่ปวดคอก็ไม่คุ้มกันอีก

·     ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ใช้นอนเล่นริมชายหาด ในบรรยากาศธรรมชาติสบายๆ เพื่อผ่อนคลาย ไม่ควรนานเกิน 30-60 นาที หรือใช้เป็นท่านอนประจำ ท่านี้จะหย่อนกล้ามเนื้อและข้อต่อค่อนข้างมาก แต่ถ้าใช้เป็นท่านอนประจำก็ทำให้กล้ามเนื้องอสะโพก งอเข่ายึดได้ ถ้าเป็นผู้ป่วยที่ไม่ค่อยขยับด้วยแล้วก็จะเกิดแผลกดทับที่ก้นกบได้ภายในเวลาไม่กี่วัน

เพียงแค่เรารู้จักเลือกท่านอนที่ถูกต้องมาปฏิบัติ ก็จะทำให้เราหลับสบาย ตื่นขึ้นมาด้วยความสุขสดชื่น ไม่มีอาการปวดเมื่อยตามตัว ยิ่งได้ที่นอน หมอนที่ดีมาช่วยพยุงสรีระให้แนวกระดูกสันหลังอยู่ในแนวตรงได้ตลอดคืน โดยไม่จำเป็นต้องราคาแพง แต่ต้องทดลองนอนจริงก่อนซื้อทุกครั้ง รับรองว่าสุขภาพดีอยู่แค่เอื้อมว่าแต่จิตใจต้องไม่เครียดหรือกังวลด้วย

อ้างอิง : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

ขอบคุณที่มา: บทความการศึกษา วันที่ 16 ตุลาคม 2551 อักษรเจริญทัศน์ (อจท)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: