:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    พฤศจิกายน 2008
    อา พฤ
    « ต.ค.   ธ.ค. »
     1
    2345678
    9101112131415
    16171819202122
    23242526272829
    30  
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 446,658 hits

วัยรุ่นไทยกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

Posted by Kru nawaporn บน พฤศจิกายน 18, 2008

ดำรงชีวิตอย่างมั่นคงและยั่งยืน 

จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ ต่อมาในภายหลังพระองค์ยังทรงย้ำแนวทางการแก้ไข และสามารถดำรงชีวิตให้ประชาชนชาวไทยสามารถอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนนั้น มีพสกนิกรชาวไทยหลายคนได้นำแนวทางปรัชญาพอเพียงไปประยุกต์ใช้กับการดำรงชีวิต เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่รอดได้ ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่กำลังครอบงำให้ประชาชนหลงใหลไปกับนโยบายที่พยายามให้ประชาชนมีหนี้ของภาครัฐ

พบกับการสัมมนาในหัวข้อ วิถีชีวิตวัยรุ่นไทย ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

โดยมี คุณปราโมทย์ ไม้กลัด รักษาการสมาชิกวุฒิสภา, ดร.ปรียานุช พิบูลสราวุธ หัวหน้าโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, สุธัมมะ ธรรมศักดิ์ นักศึกษาปริญญาโท สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมการสัมมนาโดยมีผู้ดำเนินรายการคืออาจารย์สร้อยนภา วัฒนากิตติกูล

ทั้งนี้จากการสัมมนาคุณปราโมทย์ได้กล่าวว่าเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้จำกัดไว้เพียงแค่เรื่องของเศรษฐกิจเท่านั้น หากแต่ควรจะเรียกว่าปรัชญาความพอเพียง เพราะ หากปฏิบัติตนอยู่ในพื้นฐานของความพอเพียงแล้วจะอยู่ได้อย่างมั่นคง
      
โดยคุณปราโมทย์ได้ขยายความปรัชญาของความพอเพียงว่าแท้จริงแล้วคือไม่ว่าจะกระทำการใดๆ ก็ตามต้องทำอย่างรู้จักพอประมาณ พอดี รู้เหตุผล
      
 หากโยงเข้าพระพุทธศาสนาก็คือทางสายกลางไม่สุดโต่ง ไม่ย่อหย่อน เรียกว่าพอดี คุณปราโมทย์กล่าว และกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่าความพอเพียงสำหรับวัยรุ่นถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือการทำให้วัยรุ่นเข้าใจเรื่องความพอเพียง แล้วก็เรื่องค่าใช้จ่ายของเขา เขาก็ต้องมีจิตสำนึก รู้จักการบริหารเงิน รู้จักใช้จ่ายคือเราต้องทำให้เขาเข้าใจและตระหนัก

ปัจจุบันเราเห็นเป็นจำนวนมากที่ไม่เข้าใจไม่ตระหนัก วัยรุ่นเป็นวัยแสวงหา เที่ยวเตร่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย มือถือ เรารู้สึกได้ว่าเขาไม่มีสำนึกตรงนี้น่าเป็นห่วง
      
ส่วน
คุณสุธัมมะให้ความเห็นเรื่องความพอเพียงว่าความพอเพียงไม่ได้จำกัดอยู่ในเรื่องของเกษตรเท่านั้น และอยู่อย่าง งก อย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เป็นการอยู่อย่างไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
      
ใครอยากไปเที่ยวที่ไหนก็ไปได้ แต่ต้องดูด้วยว่า มีกำลังพอที่จะเที่ยวได้เท่าไหร่ หากต้องหยิบยืมเงินเพื่อนอย่างนี้ก็ไม่เรียกว่าเพียงพอ คือเราต้องรู้จักพอประมาณเช่น นักศึกษาหญิงหลายๆ คนอาจจะมีรองเท้ามากกว่า 5 คู่ ที่จริงแล้วมีสัก 3 คู่ก็น่าจะพอ คือมีรองเท้าแตะ 1 คู่ รองเท้าผ้าใบ 1 คู่ แล้วก็รองเท้าสำหรับสวมมาเรียนอีก 1 คู่
      
นอกจากนี้ในเรื่องของการเดินช้อปปิ้งนั้นสุธัมมะยังบอกด้วยว่าถ้าไปโดยมีเป้าหมายว่าจะไปเพื่อซื้ออะไร ซื้อไปเพื่อทำอะไรแบบนี้เรียกว่ามีเหตุผล แต่ถ้าไปเดินๆ อยู่แล้วเจอของสักชิ้นที่ถูกใจก็ซื้อเลยโดยไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นเช่นนี้ก็ถือได้ว่าไม่รู้จักพอประมาณ
      
เชื่อว่าในยุคนี้คงจะมีโทรศัพท์มือถือใช้กันแทบทุกคน แต่การที่จะใช้อย่างพอเพียงก็ควรจะดูว่าตัวเองมีความจำเป็นในการใช้แค่ไหนเช่นใช้โทรออก รับสาย ถ่ายรูป ก็เลือกใช้รุ่นที่มีเท่าที่ใช้ ไม่ใช่ว่าจะต้องใช้รุ่นที่มีราคาสูงแล้วพวกฟังค์ชั่นต่างๆ ที่มีก็ไม่ได้ใช้แบบนี้ก็เรียกว่าไม่รู้จักเพียงพอ
      
ส่วนเรื่องที่วัยรุ่นใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากนั้น สุธัมมะให้ความคิดเห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะ เราอยู่ในกระแสวัตถุนิยมที่ไม่ได้เชิดชูเรื่องของจริยธรรมและคุณธรรม
      
สมมติมีลุง 2 คนเดินมา ลุงคนหนึ่งสวมสูท ส่วนลุงอีกคนหนึ่งสวมเสื้อม่อฮ่อม ต้องถามว่าเราจะไหว้ใคร แน่ล่ะส่วนใหญ่ก็จะไหว้คนสวมสูทก่อน เพราะ เราไม่ได้นับถือคนที่จิตใจ เรื่องนี้เราต้องดูว่าเป็นเพราะอะไร และสาเหตุหนึ่งก็คือลัทธิทุนนิยมที่ครอบงำ เช่นการเปิดเสรีทางการค้า ก็เป็นการพยายามให้ได้ผลประโยชน์ในตัวเงินมากที่สุด พ่อค้าก็ต้องหาทางกระตุ้นให้เราซื้อสินค้าของเขา
      
ยิ่งหากมีรัฐบาลที่เป็นพ่อค้ามาส่งเสริมตรงนี้ ยิ่งทำเรื่องพอเพียงได้ยาก
      
ทางด้าน
ดร.ปรียานุช กล่าวว่าการที่จะรู้ว่าตัวเองใช้ชีวิตอย่างพอเพียงหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องยากโดยยกตัวอย่างเรื่องค่าโทรศัพท์ที่บางเดือนนักศึกษาบางคนใช้มากจนไม่มีเงินเหลือพอที่จะซื้อหาขนมมาทาน
      
ตรงนี้เราต้องรู้ว่าตัวเราเองมีความสามารถในการใช้จ่ายแค่ไหน ต้องหาทางป้องกันไม่ให้เดือนต่อไปเกิดขึ้นอีก การซื้อของก็เหมือนกัน เราต้องรู้จักประมาณ ไม่ใช่เห็นอะไรอยากได้อยากมีไปเสียหมดทุกอย่าง ทางแก้ก็คือตั้งสติให้ดีว่าเราจะใช้อะไร ทำอะไร สติเป็นก้าวแรกของการใช้เศรษฐกิจพอเพียง
      
นอกจากนี้ดร.ปรียานุชยังได้แนะนำการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดังนี้      
       – การพึ่งตัวเองเป็นหลัก การทำอะไรควรทำเป็นขั้นตอน รอบคอบ ระมัดระวัง
       – พิจารณาถึงความพอดี พอเหมาะ พอควร ความสมเหตุสมผล และการพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
       – การสร้างสามัคคีให้เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความสมดุลในแต่ละสัดส่วน แต่ละระดับ
       – ครอบคลุมทั้งทางด้านจิตใจ วัฒนธรรม สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงเศรษฐกิจ
      
สุดท้ายคุณปราโมทย์ยังบอกอีกด้วยว่าปัญหาเรื่องความไม่รู้จักพอเพียงที่เกิดขึ้นนั้นจะโทษวัยรุ่นไม่ได้ ผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง ครู เป็นบุคคลที่สำคัญ เพราะ ผู้ใหญ่ต้องตระหนักและชัดเจนถึงความพอเพียง ถ้าผู้ใหญ่ยังไม่รับรู้ รับทราบ ตรงนี้อันตราย เพราะ เหมือนเรื่องแม่ปู กับลูกปู เขาเห็นผู้ใหญ่เป็นอย่างไร เขาก็เป็นแบบนั้น

ขอบคุณที่มา: บทความการศึกษา วันที่  5 สิงหาคม 2549 อักษรเจริญทัศน์ (อจท)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: