:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    มกราคม 2009
    อา พฤ
    « ธ.ค.   ก.พ. »
     123
    45678910
    11121314151617
    18192021222324
    25262728293031
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 446,658 hits

เหตุใดผักพื้นบ้าน จึงสูญหายไปจากชีวิตคนไทย?

Posted by Kru nawaporn บน มกราคม 23, 2009

คำถามนี้เคยมีคนถามให้ผู้เขียนตอบหลายครั้ง เมื่อไปสัมมนาหรือบรรยายตามที่ต่างๆ ผู้เขียนขอสรุปสาเหตุการเสื่อมสลายของวัฒนธรรมผักพื้นบ้านไทยไว้ ดังต่อไปนี้

1. วัฒนธรรมภายนอก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ร้ายแรงที่สุดที่ทำให้ผักพื้นบ้านสูญหายไปจากสังคมคนเมือง หรือในสังคมที่กำลังจะกลายเป็นเมืองอยู่ในขณะนี้ อิทธิพลภายนอกจะแฝงมาพร้อมกับการค้า เช่น บริษัทแห่งหนึ่งต้องการขายผลิตภัณฑ์อาหารประเภทหนึ่งเข้าชุมชนหรือหมู่บ้าน เขาก็จะหลอกล่อด้วยสีสัน รสชาติ การบรรจุ และคนไทยเรามีจุดอ่อนที่ว่าไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ อยากลองของใหม่ พอลองแล้วก็ติดใจในรสชาติที่แปลก จนลืมผักและอาหารพื้นบ้านของไทยเดิมไป และในบางครั้งพันธุ์ผักพื้นบ้านอาจมีผู้นำไปพัฒนาเป็นพันธุ์ใหม่ได้ง่ายกว่าพันธุ์อื่น เช่น บัวบก ซึ่งมีใบใหญ่กว่า ก้านยาวกว่า คนไทยก็ไปนิยมกินกันจนลืมบัวบกไทยได้อย่างง่ายดาย เหล่านี้เป็นต้น

2. คนที่รู้เรื่องผักพื้นบ้านลดน้อยลงไปเรื่อยๆ คนเฒ่าคนแก่ล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ ทำให้ขาดคนสานต่อ เช่น คนเฒ่าคนแก่จะรู้ว่าแกงส้มดอกแคแก้ไข้หัวลม พอเสียชีวิตไปลูกหลานก็ไม่รู้จัก พอมีสินค้าหรืออาหารอย่างอื่นเข้ามา แกงส้มดอกแคแก้ไข้หัวลมจึงตกไปเพราะคนที่จะอธิบายไม่มีแล้ว เป็นเพราะวัฒนธรรมเดิมไม่แข็งแกร่ง ไม่สามารถสู้วัฒนธรรมภายนอกได้ นิสัยเห่อของนอกดูจะเป็นนิสัยที่ไม่ดีด้านหนึ่งของคนไทย

3. สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ความเร่งรีบ เร่งรัด ซึ่งไม่เหมือนสมัยก่อนที่สังคมไม่เร่งรีบ ตกเย็นก็พากันเก็บผักเก็บหญ้าริมรั้วมากิน Supermarket ก็คือป่าอุดมไปด้วยพันธุ์พืช และได้นำมาปลูกในรั้วบ้านนั่นเอง ชาวไทยสะสมอาหารไว้เอง ทำปลาร้า กะปิ ไว้ใช้เอง หว่านแหไปครั้งเดียวก็ได้ปลามากิน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตเดิมๆ ที่มีอยู่ แต่สังคมปัจจุบันที่เร่งรีบ ไม่มีเวลากลับไปหุงหาอาหารทำกับข้าวกินเอง สังเกตได้ว่าปัจจุบันไม่มีใครหิ้วปิ่นโตมากินกลางวันเหมือนสมัยก่อน จนขณะนี้สามารถกล่าวได้ว่า คนเมืองอย่างเรามีทางเลือกในการกินน้อยลง เราไม่มีเวลา เขามีอะไรขายเราก็ต้องกิน เป็นแม่บ้านกับข้าวถุงกันทั่วหน้า ไม่มีคำว่า เสน่ห์ปลายจวัก” ให้เห็นต่อไปอีกแล้ว

4. การตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งทำให้ Supermarket ที่สมบูรณ์ลดน้อยลง คนรุ่นใหม่ไม่รู้ว่าป่าที่ตัดนั้นเป็นแหล่งอาหาร เพราะการเก็บมาทำเป็นอาหารมีเพียงผู้สูงอายุในครอบครัวเท่านั้นที่ทำเอง ลูกหลานไม่เคยรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมาจากไหนและมีคุณค่าเพียงใด ผู้สูงอายุเสียชีวิตลงจึงไม่รู้ว่า Supermarket ธรรมชาติของตนอยู่ตรงไหน ก็เลยมองป่ารอบบ้านนั้นรก แล้วพากันแผ้วถางไปหมด ทิ้งแล้วก็สร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมา หรือกระทั่งนักวิชาการป่าไม้ ซึ่งมุมมองของชาวบ้านกับวิชาการด้านป่าไม้อาจจะไม่ค่อยตรงกัน นักวิชาการป่าไม้จะอนุรักษ์พันธุ์พืชที่เป็นไม้เศรษฐกิจด้านก่อสร้างเป็นสำคัญ ที่เรียกว่าเขตอนุรักษ์ ซึ่งที่อนุรักษ์นั้นไม่มีผักที่ชาวบ้านเอามากินเท่าใดนัก ผักพื้นบ้านจริงๆ จะอยู่ตามชายป่าริมธาร ซึ่งทางป่าไม้จะถือว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม อาจถูกถางทิ้งเพื่อปลูกยูคาลิปตัสหรือทำเขื่อนแทน

5. การปลูกผักเชิงเดี่ยวเข้ามาแทนที่ในระบบนิเวศน์เดิม ผักเชิงเดี่ยวที่ว่าก็คือการปลูกผักเพียงชนิดเดียว หรือปรับปรุงพันธุ์เพียงอย่างเดียว อาจกล่าวได้ว่าเป็นการแยกส่วน คือตั้งหน้าตั้งตาปลูกหรือปรับปรุงเพียงอย่างเดียว ไม่พิจารณาทั้งระบบ เช่น อยากปลูกมะม่วงก็ตั้งหน้าตั้งตาปลูกกันเพียงมะม่วงอย่างเดียว ปรับปรุงพันธุ์ และพยายามปลูกผิดฤดูกาลด้วยการใช้สารเคมีเข้าช่วย เช่น ใครอยากกินมะม่วงก็ไปเอามะม่วงทะวายมา ใครอยากกินทุเรียนก็ไปซื้อทุเรียนทะวายมา สามารถกินได้ทุกฤดูกาล เหล่านี้เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การปลูกพืชเชิงเดี่ยวยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการผลิต เพื่อให้ได้ปริมาณมาก จำเป็นต้องพึ่งปุ๋ย ยาฆ่าแมลงจากบริษัทแม่ด้วย ซึ่งเขาจะขายให้เราเป็น Package ชาวบ้านต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ จึงทำให้ความหลากหลายในการปลูกพืชผักในวิถีชีวิตค่อยๆ ลดบทบาทลงไปเรื่อยๆ ก็เลยเหลือผักไม่กี่ชนิด

และการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ใช้สารเคมีในการปลูก หรือใช้ยาฆ่าแมลงมากนี้ ผู้เขียนเคยไปเดินดูตามร่องผักรอบๆ กรุงเทพฯ เช่น จังหวัดปทุมธานี ราชบุรี นครปฐม หรือแม้แต่รังสิต ผู้เขียนพบว่าผักที่ปลูกกันเป็นแปลงเป็นไร่นี้ใช้ยาฆ่าแมลงทั้งสิ้น ผู้เขียนเคยจะขอซื้อ เขาบอกว่าอย่าเอาเลย ถ้าหมอจะเอาจริงๆ ไปเอาที่ผมปลูกดีกว่า ก็คือเขากันที่ปลูกไว้สำหรับส่วนตัวที่ไม่ฉีดยาฆ่าแมลง เมื่อผู้เขียนเห็นยังรู้สึกตกใจว่า เรากินผักที่มีสารพิษจากการเร่งเพิ่มผลผลิตของการปลูกพืชเชิงเดี่ยวนี้ค่อนข้างมาก จนเรื่องยาฆ่าแมลงนี้ทางเหนือเขาเก็บไว้เป็นการขู่เด็ก เวลาที่เด็กร้องไห้ชาวเขาก็จะบอกว่า อย่าร้องนะถ้าร้องเดี๋ยวเอากะหล่ำปลียัดใส่ปาก ซึ่งเด็กจะเลิกร้องทันที เพราะรู้ว่ากะหล่ำปลีนั้นมียาฆ่าแมลงมีสารพิษและจะทำให้ตายได้

6. การค้าข้ามชาติ และการเข้ามาของบรรษัทข้ามชาติ พอเราสร้างนิสัยให้คนกินผักไม่กี่ชนิด ก็มีธุรกิจขายเมล็ดพันธุ์ผักก้าวเข้ามาในแง่ของเมล็ดพันธุ์ผัก ซึ่งจะผูกขาดในเรื่องของชนิดพันธุ์ เช่น คุณจะปลูกมะเขือเทศ คุณต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากเรา ซื้อสูตรลับจากเรา ซื้อปุ๋ยจากเรา ซื้อเทคโนโลยีจากเรา แล้วผักคุณจะงามถ้าใช้เมล็ดพันธุ์นี้ หากใช้ปุ๋ยชนิดอื่นรับรองได้ว่าไม่เป็นผล  ในที่สุดวิถีชีวิตที่เก็บผักริมรั้วกินก็กลายเป็น  Contact Farm และเนื่องจากว่าการลงทุนที่ใช้ต้นทุนสูง อีกทั้งต้องใช้พื้นที่มาก ก็มีการถางที่ป่าหรือที่เราเรียกว่า Supermarket ในครัวเรือนไปอีก ยิ่งทำให้พันธุ์พืชและความหลากหลายของผักพื้นบ้านลดลงไปอีกเรื่อยๆ มีพันธุ์แปลกๆ พันธุ์ต่างประเทศมาแทนที่

7. ความเจริญเติบโตของสังคมเมืองและยุคเศรษฐกิจ ที่ดินและบ้านจัดสรร หรือคอนโดมิเนียม ตัวอย่างชัดๆ คือที่ดินแถบนครนายก ได้แปรสภาพเป็นเมืองไปหมดแล้ว มีบ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์มากมาย ซึ่งต้องถมคูคลองต่างๆ ไปมาก ซึ่งคลองหรือลำธารน้ำตามธรรมชาติจะมีผักริมธารน้ำมากมาย  เช่น ตะไคร้น้ำ ผักไผ่ ผักพาย ผำ บัว ฯลฯ นครนายกซึ่งในความหมายคือเมืองแห่งนา ก็กลายสภาพไปเป็นอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ ดินที่ดีมีคุณค่าแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ที่ไหลมาจากเขาใหญ่ ที่เคยใช้ปลูกบัวสายที่ขึ้นชื่อของนครนายกก็หมดไปพร้อมกัน  ผักริมธารน้ำ  ผักพื้นบ้านตายไป พร้อมสายน้ำที่แห้งเหือด ห้วย หนอง ลดลง บึงที่ถูกถม ยากที่จะหมุนเวลากลับคืนมาได้

ขอขอบคุณข้อมูล จาก บทความการศึกษา วันที่ 12 ธันวาคม 2551 อักษรเจริญทัศน์ อจท.

Advertisements

3 Responses to “เหตุใดผักพื้นบ้าน จึงสูญหายไปจากชีวิตคนไทย?”

  1. เยี่ยมเลยครับ

  2. อยากได้ความสำคัญ ของการปลูกพืชผักพื้นบ้านอ่ะครับ

  3. SaPor said

    มีแต่หัวข้อเหตุใดผักพื้นบ้านจึงสูญหาย

    แล้วไม่มี วิธีการอนุรักษณืบ้างเหรอค่ะ

    อยากทราบวิธีการอนุรักษณืผักพื้นบ้านนะค่ะ

    ส่งมาทางเมลล์ได้ยิ่งดีนะค่ะ อยากทราบข้อมูลเป็นการด่วนค่ะ

    ขอขอบพระคุณล่วงหน้านะค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: