:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    เมษายน 2009
    อา พฤ
    « มี.ค.   พ.ค. »
     1234
    567891011
    12131415161718
    19202122232425
    2627282930  
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 442,389 hits

ดูแลสุขภาพ .. ด้วยความห่วงใย

Posted by Kru nawaporn บน เมษายน 21, 2009

ชา รักษาอาการผิวหนังอักเสบ

ชา เป็นยาวิเศษ รักษาสารพัดโรค ล่าสุดนักวิจัยชาวญี่ปุ่น ทดลองให้คนไข้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบเป็นผื่นแดงพุพอง ซึ่งมักมีอาการคัน ทดลองดื่มชาอูหลง หรือชาแดงทุกวัน หลังจากดื่มได้นาน 1 สัปดาห์ ปรากฏว่าร้อยละ 36 ของคนไข้มีอาการดีขึ้นพอสมควร นักวิจัยอธิบายว่ากระบวนการหมักชาแดง ทำให้มีสารโพลิฟินัล ปริมาณสูง ซึ่งมีคุณสมบัติรักษาโรค นอกจากนั้นสารแทนนิน ในชายังช่วยชะลอการอักเสบ หากคุณมีปัญหาผิวหนังอักเสบเรื้องรัง นอกจากรักษาด้วยวิธีการปกติแล้ว จะหายเร็วยิ่งขึ้นถ้าดื่มชาแดงวันละ 4-5 แก้ว

กินตะไคร้..ไกลมะเร็ง

ปลูกตะไคร้ติดบ้านไว้ไม่เสียหาย เพราะไม่ได้มีดีแค่เติมกลิ่นสร้างรสชาติในอาหารเท่านั้น แต่ตะไคร้ยังช่วยป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย ยืนยันแล้วจากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ตะไคร้สกัดสามารถยับยั้งอาการเริ่มแรกที่นำไปสู่โรคมะเร็งลำไส้ คือ หลุมในลำไส้ และการผิดเพี้ยนของดีเอ็นเอ การรักษาอาการเหล่านี้จะส่งผลดีแก่คนไข้มาก เพราะเป็นการรักษาก่อนที่เนื้อร้ายจะก่อตัว

จากความสำเร็จในการทดลองในหนูพบว่า ตะไคร้สกัดสามารถลดอาการผิดปกติในลำไส้ได้มากกว่า 60 % ทำให้นักวิจัยตั้งสมมุติฐานว่า ตะไคร้อาจมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ ของแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งทำให้ร่างกายดูดซึมสารก่อมะเร็งน้อยลงได้ด้วย

กระเทียมป้องกันมะเร็ง และสร้างสุขภาพหัวใจ

จากงานวิจัยพบว่า ผู้ที่กินกระเทียมเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นกระเทียมสดหรือกระเทียมปรุงแล้ว จะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลดลง ผู้วิจัยยังได้รวบรวมงานวิจัยทั่งโลกกว่า 300 ชิ้น เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการกินกระเทียมเป็นประจำ กับการเกิดโรคมะเร็ง ได้ผลว่าสามารถลดการเกิดมะเร็งที่กระเพาะอาหารได้ ร้อยละ 50 และมะเร็งลำไส้ถึงสองในสามอีกด้วย 

นอกจากป้องกันมะเร็งแล้ว จากการวิจัยยังพบอีกว่า กระเทียมมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ เช่นลดปริมาณของโคเลสเตอรอลในเลือด และผลการศึกษาจากประเทศเยอรมนี ยังระบุอีกว่ากระเทียมช่วยป้องกัน และลดการเกาะตัวของคราบไขมันบริเวณผนังหลอดเลือดหัวใจ

กินบร็อกโคลี..หนีมะเร็ง

การกินบรอกโคลีหรือแม้แต่สลัดโคลสลอว์มากๆ อาจป้องกันผู้ชายจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคผักผลไม้ของชาย 1230 คน อายุระหว่าง 40-60 ปี ครึ่งหนึ่งมีปัญหาจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก อีกครึ่งคัดเลือกแบบสุ่ม พบว่าชายที่กินผักผลไม้วันละ 3 จานขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยลงถึง 48 % เมื่อเทียบกับผู้ที่กินผักน้อยกว่าวันละ 1 จาน ผักที่มีสรรพคุณดังกล่าวมากที่สุด ได้แก่ ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บรอกโคลี กระหล่ำดอก บรัสเซลสเปราท์ และอาหารที่มีส่วนผสมของกะหล่ำปี เช่น โคลสลอว์ ทั้งนี้เพราะสารเคมีหลายชนิดที่พืชผลิตขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง จะไปกระตุ้นให้เอนไซม์ในร่างกายล้างพิษจากสารก่อมะเร็ง

ช็อกโกแลตดำ..ดี

หากหักห้ามใจตังเองจากช็อกโกแลตไม่ได้ ขอให้เลือกอันที่ดำๆเข้าไว้ เพราะในโกโก้นั้นมีสารแอนติออกซิแดนท์ที่ชื่อ ฟลาโวนอยด์ ที่เชื่อว่ามีสรรพคุณในการป้องกันโรคหัวใจและมะเร็งบางชนิด

นักวิจัยจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้วิเคราะห์เปรียบเทียบสารฟลาโวนอยด์ในช็อกโกแลตแบบต่างๆ กับที่มีในชาดำ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีฟลาโวนอยด์สูง พบว่าช็อกโกแลตดำมีฟลาโวนอยด์มากกว่าชาดำ 4 เท่าและมากกว่าช็อกโกแลตนม 3 เท่า

ที่เป็นดังนี้เพราะทั้งชาดำและช็อกโกแลตนมมีส่วนผสมอื่นที่เป็นตัวทำเจือจาง เรียกว่าถ้าจะให้ได้ลาโวนอยด์เต็มๆ ต้องกินโกโก้อบ แต่อาจจะขม จนกลืนไม่ลง

อาหารสร้างกระดูก

ปัจจุบันภาพโฆษณาผู้หญิงดื่มนมกลายเป็นสิ่งที่เราเห็นจนชินตา เนื่องจากความตื่นตัวเกี่ยวกับการป้องกันโรคกระดูกพรุน ด้วยการให้ร่างกายได้รับแคลเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการเสริมสร้างกระดูก แต่ผลจากการวิจัยล่าสุดพบว่าวิตามินและเกลือแร่ชนิดอื่น นอกเหนือจากแคลเซียม ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันโรค กระดูกพรุน จากผลการวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ชอบกินผลไม้และผักที่อุดมด้วยแร่ธาตุและวิตามินบางประเภท เช่น สังกะสี โพแทสเซียม แมกนีเซียม เบต้าแคโรทิน และวิตามัน ซี   จะเป็นผู้หญิงที่มีกระดูกแข็งแรง วิธีง่ายๆที่จะทำให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเสริมสร้างกระดูก คือ บริโภคผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 5 ครั้ง

อยากมีความจำดี วิตามินอีช่วยได้

วิตามินอีช่วยให้สมองและความจำดี จากงานวิจัยพบว่าการที่ได้รับวิตามินอีอย่างเพียงพอจะช่วยบำรุงสมอง โดยเฉพาระเรื่องความจำในคนชาร ผลการทดลองกับคนชาร 2900 คน ให้ทำแบบทดสอบความจำ 2 ชุด ทดสอบทีละชุดในช่วงเวลาที่ห่างกัน 3 ปี พบว่าชายที่กินวิตามินอีเสริมในปริมาณ 200-400 หน่วยสากล ทำแบบทดสอบได้คะแนนเท่ากันทั้งสองชุด ชายที่กินในปริมาณที่น้อยกว่า ได้คะแนนครั้งหลังต่ำกว่า เพราะสูญเสียความจำไปบางส่วน

ถั่ว เมล็ดธัญพืช และผักใบ ล้วนแต่เป็นแหล่งของวิตามินอี วิตามินอีจากธรรมชาติจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีเป็น 2 เท่า ของวิตามินอีสังเคราะห์ เมื่อได้รับในปริมาณที่เท่ากัน

ขอบคุณข้อมูลจาก: ชีวิต-ชีวา บ้านจอมยุทธ์.คอม

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: