:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    มิถุนายน 2009
    อา พฤ
    « พ.ค.   ก.ค. »
     123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    282930  
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 446,658 hits

เรื่อง ไม่ยินดียินร้าย

Posted by Kru nawaporn บน มิถุนายน 27, 2009

clip_image002ไม่ยินดียินร้าย คือ ไม่ยึดมั่นถือมั่น
ในโลกธรรม 8 ที่มากระทบ
มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์
ชอบก็รู้  ไม่ชอบก็รู้  รู้แล้วปล่อย
สุขก็รู้  ทุกข์ก็รู้ แล้วปล่อย
เห็นทุกอย่างเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเสมอ
ถ้าทุกคนเข้าใจอย่างนี้ได้  ครอบครัวก็จะอบอุ่น  บ้านเมืองก็จะร่มเย็นเป็นสุข  
ทุกคนก็จะสบาย และเป็นสุขได้ในทุกสถานการณ์  
 
ใครทำอะไรไม่ดี  ท่านก็ไม่ให้ยินร้าย  
ให้รีบโอปนยิโก  น้อมเข้ามาดูตัวเอง  
เตือนใจตัวเองว่า เราอย่าทำอย่างนั้น  
 
จริง ๆ แล้ว  เราก็ไม่ใช่คนสมบูรณ์  
เราก็ทำให้คนอื่นไม่พอใจเหมือนกัน  ไม่มากก็น้อย  
พยายามรักษาความเป็นปกติ  รักษาความเป็นกลาง ๆ รักษาสุขภาพใจดีของเรา  
หายใจเข้าลึก ๆ  หายใจออกยาว ๆ พยายามปฏิบัติ  เจริญสติปัฏฐานเจริญอาณาปานสติ
อยู่กับปัจจุบัน  เป็นปัจจุบันธรรม  
 
ไม่ยินดียินร้ายคือ ไม่ยึดมั่นถือมั่น  
เห็นผู้หญิงสวย  ชอบก็รู้  รู้แล้วก็ปล่อย  ไม่ยึดมั่น  ถือมั่นว่าต้องเอามาเป็นของเราให้ได้  
ลูกทำอะไรไม่ถูกใจ  ก็ปล่อย อนิจจัง  แล้วเขาจะเปลี่ยนไปเอง  เขาก็มีกรรมเป็นของเขา  
เมื่อมีโอกาส  เมื่อใจของเราดีแล้ว  ก็ค่อยแนะนำ  สอนเขา  
เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของลูก  เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แล้วก็ปล่อย  
 
นี้คือ ไม่ยินดี  ยินร้าย  
 
ไม่ยินดียินร้าย ไม่ใช่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว  ไม่ปฏิบัติหน้าที่  

ตรงกันข้าม ไม่ยินดียินร้าย เป็นสุขภาพใจที่ดี  
เมื่อเรามีสุขภาพใจดี เราก็สามารถทำหน้าทีของเราได้ดีที่สุด
เราต้องทำหน้าทีของเราให้ดีที่สุดเสมอ 
เป็นพ่อแม่ที่ดี  เป็นพี่น้องที่ดี เป็นลูกที่ดี
เป็นนายที่ดี เป็นลูกน้องที่ดี เป็นนักการเมืองที่ดี 
ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ เต็มความสามารถเสมอ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต                    ด้วยอิทธิบาท 4     
 
เมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว
ผลจะเป็นอย่างไร  ถูกใจ หรือไม่ถูกใจ  
ใครจะสรรเสริญ  ใครจะนินทา  ก็ปล่อย  
ไม่ยึดมั่น  ถือมั่นว่า ฉันทำดีแล้วคนต้องชม  
ฉันทำดีแล้ว ฉันต้องได้ 2 ขั้น ฉันต้องได้เลื่อนตำแหน่ง  
คนดี อยู่ที่ไหน  ใครจะว่าอย่างไร  ก็ดีอยู่เสมอ  และสามารถดำเนินชีวิตได้                   ด้วยความพอใจ  
 
นี่คือ ไม่ยินดียินร้าย  ไม่ยึดมั่นถือมั่น
 
เราค่อย ๆ ศึกษา  ค่อย ๆ ฝึกปฏิบัติ  
ตั้งใจแน่วแน่ที่จะรักษาสุขภาพใจที่ดีของเราเอาไว้  
 
ยินดียินร้ายเกิดขึ้น  ก็รีบระงับ  
มีหิริโอตตัปปะที่จิตใจ  เป็นศีลเป็นสมาธิ  เมื่อทำสำเร็จ จิตใจของเราก็เป็นมัชฌิมา  
เป็นปกติ  เป็นสุขภาพใจดี  และจะมีความสุขได้ในทุกสถานการณ์

ประวัติโดยย่อของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก แห่ง วัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี (วัดสาขาลำดับที่ ๑๑๗ ของวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี)

พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เป็นพระภิกษุชาวญี่ปุ่น ท่านอุปสมบทในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี หลวงพ่อเจ้าประคุณพระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท) เป็นองค์อุปัชฌาย์ ท่านเป็นสัทธิวิหาริกรุ่นแรกของหลวงพ่อชา สุภัทโท ได้จำพรรษาที่วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ได้อุปัฏฐากดูแลหลวงพ่ออย่างใกล้ชิดเป็นเวลานานด้วยความเคารพบูชาอย่างสูง ท่านอยู่ในคณะผู้บุกเบิกวัดป่านานาชาติซึ่งมี พระอาจารย์สุเมโธ (ปัจจุบันคือพระราชสุเมธาจารย์) เป็นหัวหน้าคณะ

ตลอดระยะเวลาที่ท่านได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมอยู่ในประเทศไทยนั้น ท่านบำเพ็ญเพียรมาหลายรูปแบบ และธุดงค์มาแล้วหลายแห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งที่อุดมสมบูรณ์และที่ทุรกันดาร ในประเทศไทยท่านได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการธุดงค์เพื่อหาความสงบวิเวกไปตามภาคต่างๆ ท่านได้รู้จักและเห็นความเป็นอยู่ของคนไทยทั่วทุกภาค ทั้งรู้สึกสำนึกในความศรัทธา ความเสียสละ และความเคารพของคนไทยที่มีต่อพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งมีส่วนทำให้ท่านยิ่งเร่งทำความเพียรมากขึ้น

การที่ท่านพระอาจารย์ได้มาประเทศไทย และได้บวชเป็นศิษย์ต่างชาติท่านหนึ่ง ของหลวงพ่อพระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท) นั้น เป็นเรื่องที่ “เป็นไปเอง” ตั้งแต่เด็กๆ ท่านคิดเสมอว่า “อะไรคือชีวิตที่น่าพอใจ… ชีวิตน่าจะมีอะไรที่มีคุณค่ามากกว่านี้…” ท่านพระอาจารย์จึงออกสัญจรรอนแรมจากบ้านเกิดเมืองนอนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ท่านเดินทางสู่อินเดีย เนปาล อิหร่าน และยุโรป แล้วเปลี่ยนความตั้งใจที่จะไปแอฟริกา วกกลับสู่อินเดีย

เมื่อเดินทางถึงพุทธคยา เห็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ก็ระลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์และประจักษ์ต่อใจว่านี่คือสิ่งที่แสวงหา สัจจะความจริงอยู่ภายในกายกับใจของเรานี้เอง ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ใจ ทุกคนทุกชีวิตสามารถพ้นทุกข์ได้” ท่านจึงหยุดการแสวงหาจากภายนอก เข้าสู่การค้นหาภายใน

จากนั้นท่านก็ได้ไปฝึกโยคะอยู่ที่สำนักโยคีแห่งหนึ่ง ในประเทศอินเดียนั่นเอง และก็เริ่มมีประสบการณ์โยคะบ้าง ท่านเกิดความพอใจ คิดว่าจะเป็นโยคีอยู่ที่อินเดียตลอดชีวิต แต่บังเอิญวีซ่าหมด มีคนแนะนำ ให้เดินทางมากรุงเทพฯ ต่อมาก็มีผู้แนะนำท่านให้ไปกราบหลวงพ่อชา สุภัทโท ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งท่านก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อ ตั้งแต่บัดนั้น

ท่านพระอาจารย์ได้สอนสมาธิวิปัสสนากรรมฐานโดยจัดอบรมอานาปานสติ ที่วัดป่าสุนันทวนารามเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๙ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ และได้มีการจัดอบรมเป็นระยะๆ ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม บ้านท่าเตียน ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดสาขาลำดับที่ ๑๑๗ ของวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี

ที่มา : หนังสือ ปีมะโรง ขอจงมีความสุข..พิมพ์ครั้งที่ 15 กันยายน 2551.. ผู้สนใจติดต่อ มูลนิธิมายา โคตมี กทม โทร 02 676 3453

ขอบคุณ : forwarded mail

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: