:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    มิถุนายน 2009
    อา พฤ
    « พ.ค.   ก.ค. »
     123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    282930  
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 436,236 hits

สะดืออีสาน

Posted by Kru nawaporn บน มิถุนายน 28, 2009

ภาคอีสาน เดิมได้รับการเรียกขานจากคนกรุงเทพว่าหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออก หรือหัวเมืองลาวพุงขาว ต่อมาได้เรียกว่ามณฑลลาวพวน มณฑลลาวกาว มณฑลลาวกลาง ใน พ.ศ.2437 เปลี่ยนมาเรียกว่ามณฑลอุดร มณฑลอีสาน แล้วมาเรียกเป็นมณฑลอุบลราชธานี มณฑลร้อยเอ็ด มณฑลนครราชสีมา จนถึงปี พ.ศ.246 จึงได้รวมกันแล้วเรียกว่า ภาคอีสาน 

clip_image002

ในอดีตนั้น ดินแดนบริเวณนี้บางส่วนเคยตกอยู่ใต้อิทธิพลทางวัฒนธรรมของขอม มอญ และลาว มาตามลำดับ จนกระทั่งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ดินแดนนี้จึงตกอยู่ใต้อิทธิพลทางการเมืองของราชอาณาจักรสยาม

ในมุมมองทางภูมิศาสตร์ เรียกดินแดนนี้ว่า ที่ราบสูงโคราช” มีชายขอบทางด้านตะวันตก กั้นไว้ด้วยเทือกเขาเพชรบูรณ ์และเทือกเขาดงพะยาไฟ (เย็น) ส่วนทางด้านใต้กั้นไว้ด้วยเทือกเขาพนมดงรัก ทำให้พื้นที่ลาดเอียงไปทางตะวันออก ซึ่งมีแม่น้ำของ (คนกรุงเทพเรียกว่า แม่น้ำโขง”) เป็นแนวเขต

ส่วนตอนกลางของภูมิภาคนี้ มีเทือกเขาภูพานพาดผ่าน ทำให้แบ่งดินแดนนี้ออกเป็น 2 แอ่ง คือ ตอนบนเรียก แอ่งสกลนคร” ตอนล่างเรียกว่า แอ่งโคราช”

หากพิจารณารูปร่างลักษณะของภาคอีสาน จากแผนที่สมัยก่อนๆ ก็จะเห็นรูปร่างผิดแปลกไป จากที่เราเคยเห็นในปัจจุบัน กล่าวคือ แผนที่ของฮอนดิอุส (Hondius) ชาวเบลเยียมเขียนไว้และตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ.1613 (พ.ศ.2156) ก็ดี แผนที่ที่เขียน โดย วิลเล็ม บลาว (Willem Blaeu) ชาวฮอลันดาที่เขียนขึ้น สมัยพระเจ้าปราสาททอง (พ ศ 2172-2199) ตอนปลายพุทศตวรรษที่ 22 ตลอดจนแผนที่ของโลโปซอเรส (Lopo Soares) ที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากพิแอร์ ฟาน เดอร์อาร์ (Pierre Van Der Aa) ชาวฮอลันดา หรือแผนที่พิมพ์จำหน่ายในลอนดอน ในราวพุทธศตวรรษที่ 23 (ไม่ระบุชื่อผู้เขียน) และแผนที่ที่เขียนโดย เอมานูเอล โบเว่น (Emanuel Bowen) ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 23

แผนที่เหล่านี้ถึงแม้จะไม่เน้นเฉพาะประเทศสยามก็ตาม แต่พอจะบอกได้ว่า การรับรู้ (Preception) ของฝรั่งเหล่านี้ ให้ความสำคัญแก่ดินแดนที่ราบสูงโคราชอย่างผิวเผินมาก เพราะรูปร่างของที่ราบสูงโคราช หรือ อีสานมีขนาดเล็ก แคบกว่าความเป็นจริงในปัจจุบันมาก เมืองสำคัญมีเพียงโคราช ซึ่งอยู่ใกล้แม่น้ำของ (R.Mecor) เกินไป

จากแผนที่ยุทธศาสตร์ครั้งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ซึ่งถ้าไม่พิจารณาให้ดีหากดูชื่อคงคิดว่าเป็นสมัยพระเจ้าอู่ทอง แต่ในเนื้อหาสาระจริง กลับเป็นสมัยต้นรัตนโกสินทร์นี่เอง

จะเห็นว่าดินแดนแถบนี้มีเส้นทางมุ่งสุ่พระธาตุพนม และ เวียงจันทน์ และเริ่มปรากฎ เมืองสำคัญ เช่น ภูเขียว เชียงคานกาลสินขุขัน อุบล ขอนแก่น โคราช และหัวเมืองที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตการณ์เจ้าอนุวงษ์

ส่วนรูปร่าง ก็ไม่สอดคล้องถับความเป็นจริงนัก กลับไปให้ความสำคัญแก่แม่น้ำของ (โขง) และแม่น้ำสาย สำคัญอื่น ๆ ถึงกระนั้นก็ให้รายละเอียดมากกว่าแผนที่รุ่นเก่า ๆ ที่ผ่านมา

แผนที่ประเทศสยาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคอีสานได้รับการเขียนขึ้นอย่างถูกหลักวิชาการครั้งแรกในสมัย เจมส์แมคคาถี (James Mc.Carthy) เข้ามาสำรวจและทำแผนที่ในนามราชสำนักสยามในข่วงปี พ.ศ. 2417 นี่เอง

ถึงแม้จะมีแผนที่ประเทศไทย ในมาตราส่วนที่ละเอียดมากขึ้นแล้ว แต่ปัญหาเกี่ยวกับจุดศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน หรือที่ราบสูงโคราช ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่

บ้างก็บอกว่า อยู่ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด บ้างก็บอกว่าอยู่ในเขตกิ่งอำเภอฆ้องชัยจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่เสียงส่วนมาก เท่าที่เคยได้ยินมาคือ จังหวัดมหาสารคาม ทั้งยังระบุว่าอยู่ในเขตอำเภอบรบือ พอมีการแยกบางส่วนมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอกุดรัง ก็มีเสียงหลายกระแสบอกว่า จุดศูนย์กลางภาคอีสาน อยู่ที่อำเภอกุดรัง

ด้วยความสงสัย และอยากจะทำให้ความจริงข้อนี้กระจ่าง ทั้งยังได้รับการกระตุ้นจากอธิการบดีสถาบันราชภัฏมหาสารคาม (รศ.ดร.สุวกิจ ศรีปัดถา) ผู้เขียนจึงได้นำเรื่องนี้ ไปหารือกับสภาวัฒนธรรม จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมีเครือข่ายและสามารถขอความร่วมมือจากหลายฝ่ายได้สะดวก

ผศ.ไพฑูรย์ เจริญพันธุวงศ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด และคณะกรรมการเห็นด้วย จึงได้เริ่มดำเนินการแต่งตั้ง คณะกรรมการหาจุดศูนย์กลางภาคอีสานทางภูมิศาสตร์ หน่วยงานที่ให้แนวคิดและคำแนะนำมีทั้ง ผศ.บุญเลิศ สดสุชาติ ผศ.ไพบูลย์ หาญไชย จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจารย์รณสิทธิ์ แสงสุวอ จากสถาบันราชภัฏมหาสารคาม โดยเฉพาะผังเมืองจังหวัด คุณประยูร หัตถศาสตร์ และคุณเนาวรัตน์ เคารพ

จากการปรึกษาหารือ และใช้วิธีการต่าง ๆ แล้วก็เห็นว่าศูนย์กลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ในเขตจังหวัดมหาสารคาม แต่เพื่อให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชา และได้รับการยอมรับโดยทั่วไป

คณะกรรมการเห็นว่า น่าจะให้กรมแผนที่ทหาร ซึ่งมีความรู้ความชำนาญ และมีเครื่องมือที่ได้มาตราฐาน ช่วยอนุเคราะห์ดำเนินการตามหลักวิชาการแผนที่ จนกระทั่งวันที่ 2 ธันวาคม 2543 กรมแผนที่ ทหารกองบัญชาการทหารสูงสุด จึงได้มีหนังสือที่ กห 0313/3330 มาถึงประธานสภาวัฒนธรรม จังหวัดมหาสารคาม ความว่า

ตามที่สภาวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม ขอความอนุเคราะห์ให้กำหนดจุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของภาคคะวันออกเฉียงเหนือ โดยระบุพิกัดและวิธีการดำเนินการโดยสังเขป กรมแผนที่ทหารได้ ทำการ ศึกษาและหาวิธีการกำหนดจุดศูนย์กลางดังกล่าว ดังนี้

1. วิธีการที่เหมาะสมและเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดคือ หลักการหาจุดศูนย์กลาง (Centroid) ของพื้นที่ โดยการสร้างรูปหลายเหลี่ยม (Polygon) ที่ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้เหมาะสมที่สุดแล้วทำการคำนวณหาจุดกึ่งกลางจากพิกัดจุดยอดมุมของรูปหลายเหลี่ยม (Polygon) ระบบพิกัดที่ใช้คำนวณคือ Uinversal Transverse Mercator Grid (UTM), Geodetic Datum คือ Indian 1975 และ Ellipsoid คือ Everest (Indian 1830)

2. ผลการปฏิบัติพบว่า จุดศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่พอกัด Northing 1791706.14m. Easting 294091.9808m. หรือ Latitude 1611’ 54”.3209 N Longtitude 10304’ 24” .9818 E จุดนี้อยู่ด้านทิศใต้ของอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม

จึงเป็นที่น่าเชื่อถือโดยสุจริต ว่า ศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ บริเวณใกล้บึงกูย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคามอย่างแน่นอน นับจากนี้ไป คงต้องมีงานใหญ่รออยู่ข้างหน้าว่า

เมื่อพบศักยภาพของมหาสารคามด้านนี้แล้ว ผู้คนบ้านนี้ เมืองนี้จะทำอะไรต่อไป เพื่อให้สมกับคำว่า เมืองนี้คือ สะดืออีสาน

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรชัย บุญมาธรรม

สำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฎมหาสารคาม
จาก : อีสาน จุฬาฯ

ขอบคุณ: mc41.com และ Web Guide อักษรเจริญทัศน์ (อจท.)

Advertisements

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “สะดืออีสาน”

  1. ponmawaew...w said

    เตรียมการสร้างตำแหน่งสะดืืออีสานไว้เลยเพราะว่าในอนาคตถ้ามีการเกิดภัยพิบัติตามคำทำนายก็จะเหลืออีสานกับเหนือกับภาคกลางบางส่วนจะเป็นศุนย์กลางในการพัฒนาสืบต่อไปเพราะว่าภัยพิบัติเริ่มมีเค้าลางที่จะเกิดขึ้นได้จริงภัยพิบัติเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554-2562ดังเช่นน้ำท่วมใหญ่ลุ่มภาคกลางในตอนนี้!แต่ภัยทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็แสดงให้เห็นถึงน้ำใจคนไทยต้องรักกันมากขึ้นและคนไทยต้องมีความรอบรู้และการเตรียมการมีประชาชนที่เดือดร้อนมากมายหลายปัญหาอันดับแรกต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนและเตรียมใจเตรียมกายที่จะต่อสู้กับปัญหาชีวีตต้องสำคัญสุดทรัพย์สินยังมีโอกาสหาได้ถ้าชีวีตไม่สิ้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: