:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    พฤศจิกายน 2009
    อา พฤ
    « ต.ค.   ธ.ค. »
    1234567
    891011121314
    15161718192021
    22232425262728
    2930  
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 449,944 hits

‘สอนลูกให้ดี’ เป็นศักดิ์เป็นศรีกว่า ‘สอนลูกให้รวย’ (1)

Posted by Kru nawaporn บน พฤศจิกายน 9, 2009

รายงานโดย :ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ในยุคที่ทุนนิยม “โลกาภิวัตน์” เฟื่องฟูในเมืองไทยสุดๆ เมื่อ 4-5 ปีก่อน จนคนกว่าครึ่งค่อนประเทศเกิดความสับสนว่า “คนรวย” กับ “คนดี”

เป็นคนคนเดียวกัน หรือแยกต่างหากกันนั้น มีหนังสือ “ฮาวทู” ประเภทสอนเพื่อนให้รวย สอนเพื่อนให้เสียภาษีน้อยๆ สอนเพื่อนให้ซุกหุ้น ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่แล้วเมื่อฝีการเมืองทุนนิยมแตกดังโพละ หนังสือเหล่านั้นก็ค่อยๆ อันตรธานไปจากแผงอย่างรวดเร็ว

มาถึงวันนี้ วันที่การเมืองไทยมากไปด้วยวิกฤตรอบด้าน สังคมโหยหาแต่ “คนดี” ให้มาช่วยกันกอบกู้วิกฤตบ้านเมือง แต่คนดีก็ไม่ได้หาได้ง่ายๆ เพราะใครทำท่าจะเป็นคนดีเข้าหน่อย ก็มักจะถูกเปิดโปงเสียล่อนจ้อน ทุกวันนี้คนดีๆ เลยขอทำตัวเป็นพลังเงียบ อยู่เฉยๆ ดีกว่าออกมาเต้นแร้งเต้นกา รักบ้านรักเมืองก็รักอยู่หรอก แต่รักแล้วเดือดร้อน ขออยู่เป็นพวกเป็นกลางและวางเฉยดีกว่า

ท่ามกลางบรรยากาศที่เราไม่รู้จะแสวงหาคนดีมาจากไหน และไม่มั่นใจว่าคนดีควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร เราน่าจะลองไปเรียนรู้วิธี “สร้างคนดี” จากบรรพบุรุษของเรากันดีกว่า

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จักรวรรดินิยมตะวันตกกำลังรุกสยามอย่างหนัก ช่วงเวลานั้น พระองค์ทรงมองเห็นการณ์ไกล ทรงมีพระราชวิเทโศบาย (นโยบายต่างประเทศ) และรัฐประศาสโนบาย (นโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน) อย่างลึกซึ้ง ทรงพิจารณาเห็นว่า หากสยามไม่เตรียมรับมือความเปลี่ยนแปลง เห็นจะอยู่เป็นสยามประเทศในอนาคตลำบาก ดังนั้นในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านยังไม่ตื่น แต่พระองค์ทรงตื่นแล้ว จึงทรงเริ่มส่งพระโอรส พระธิดา พระนัดดา จำนวนหนึ่งไปทรงศึกษาต่อยังต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบภาคพื้นยุโรป

ระหว่างที่พระโอรส พระธิดา และพระนัดดา จำนวนหนึ่งทรงศึกษาอยู่ต่างประเทศนั้น พระองค์ทรงมีพระราชหัตถเลขาไปยังพระโอรส พระธิดา และพระนัดดาเหล่านั้นอยู่เนืองๆ ความในพระราชหัตถเลขาฉบับหนึ่ง สะท้อนให้เห็น “ศิลปะในการสอนลูกให้เป็นคนดี” อย่างลึกซึ้ง จนใครต่อใครที่ได้อ่านพระราชหัตถเลขาฉบับนี้ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พระราชหัตถเลขาฉบับนี้งดงามทั้งคำและความ ทั้งยังมีความร่วมสมัยเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งเมื่อหยิบมาอ่านในยุคโลกาภิวัตน์ ก็ยังไม่เชย

ข้อความในพระราชหัตถเลขาที่สอนศิลปะแห่งการเป็นคนดีอย่างลึกซึ้งฉบับนั้น มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

“ขอจดหมายคำสั่งตามความประสงค์ให้แก่ลูก บรรดาที่จะออกไปเรียนหนังสือในประเทศยุโรป จงประพฤติตามโอวาทที่จะกล่าวต่อไปนี้

1. การซึ่งจะให้ออกไปเรียนครั้งนี้ มีความประสงค์มุ่งหมายแต่จะให้ได้วิชาความรู้อย่างเดียว ไม่มั่นหมายจะให้เป็นเกียรติยศชื่อเสียงอย่างหนึ่งอย่างใด ในชั้นซึ่งยังเป็นผู้เรียนวิชาอยู่นี้เลย เพราะฉะนั้นที่จะไปครั้งนี้ อย่าให้ไว้ยศว่าเป็นเจ้า ให้ถือเอาบรรดาศักดิ์เสมอลูกผู้มีตระกูลในกรุงสยาม คืออย่าให้ใช้ ฮีสรอแยลไฮเนสปรินส์ นำหน้าชื่อ ให้ใช้แต่ชื่อเดิมของตัวเฉยๆ เมื่อมีผู้อื่นเขาจะเติมหน้าชื่อ ฤาจะเอสไควก็ตามทีเถิด อย่าคัดค้านเขาเลย แต่ไม่ต้องใช้คำว่านายตามอย่างไทย ซึ่งเป็นคำนำของชื่อลูกขุนนางที่เคยใช้แทนมิสเตอร์เมื่อเรียกชื่อไทยในภาษาอังกฤษบ่อยๆ เพราะว่าเป็นภาษาไทยซึ่งจะทำให้เป็นที่ฟังขำๆ หูไป

ขออธิบายความประสงค์ข้อนี้ให้ชัดว่า เหตุใดจึงได้ไม่ให้ไปเป็นยศเจ้า เหมือนอาว์ของตัวที่เคยไปแต่ก่อน ความประสงค์ข้อนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะไม่มีความเมตตากรุณา ฤาจะปิดบังซ่อนเร้น ไม่ให้รู้ว่าเป็นลูกอย่างนั้นเลย พ่อคงรับว่าเป็นลูกและมีความเมตตากรุณาต่อบุตร แต่เห็นว่าซึ่งจะเป็นยศเจ้าไปนั้นไม่เป็นประโยชน์อันใดแก่ตัวนัก ด้วยธรรมดาเจ้านายฝ่ายเขามีน้อยเจ้านายฝ่ายเรามีมาก ของฝ่ายเขามีน้อยตัวก็ยกย่องทำนุบำรุงกันใหญ่โตมากกว่าเรา ฝ่ายเราจะไปมียศเสมออยู่กับเขา แต่ความบริบูรณ์แลยศศักดิ์ไม่เต็มที่เหมือนอย่างเขา ก็จะเป็นที่น่าน้อยหน้าแลเห็นเป็นเจ้านายเมืองไทยเลวไป

 แลถ้าเป็นเจ้านายและต้องรักษายศศักดิ์ในกิจการทั้งปวง ที่จะทำทุกอย่างเป็นที่ล่อตาล่อหูคนทั้งปวงที่จะให้พอใจดูพอใจฟัง จะทำอันใดก็ต้องระวังตัวไปทุกอย่าง ที่สุดจนจะซื้อจ่ายอันใด ก็แพงกว่าคนสามัญ เพราะเขาถือว่ามั่งมี เป็นการเปลืองทรัพย์ในที่ไม่ควรจะเปลืองเพราะเหตุว่าถึงจะเป็นไพร่ก็ดี เมื่ออยู่ในประเทศมิใช่บ้านเมืองของตัว ก็ไม่มีอำนาจที่จะทำฤทธิ์เดชอันใดไปผิดกับคนสามัญได้ จะมีประโยชน์อยู่นิดหนึ่งแต่เพียงเข้าที่ประชุมสูงๆ ได้ แต่ถ้าเป็นลูกผู้มีตระกูลก็จะเข้าไปในที่ประชุมสูงๆ ได้เท่ากันกับเป็นเจ้าของนั้นเอง เพราะฉะนั้นจึงขอห้ามเสียว่า อย่าให้ไปอวดอ้างว่าเป็นเจ้านายอันใด จงประพฤติให้ถูกตามคำสั่งนี้

2. เงินค่าที่จะใช้สอยในการเล่าเรียนกินอยู่นุ่งห่มทั้งปวงนั้น จะใช้เงินทองพระคลังข้างที่ คือเงินที่ใช้ส่วนสิทธิ์ขาดแก่ตัวพ่อเองไม่ใช้เงินที่สำหรับจ่ายราชการแผ่นดิน เงินรายการนี้ได้ฝากไว้ที่แบงก์ ซึ่งจะได้มีคำสั่งให้ราชทูตจ่ายเป็นเงินสำหรับเรียนวิชาชั้นต้น 5 ปี ปีละ 320 ปอนด์ เงิน 1,600 ปอนด์ สำหรับเรียนวิชาหลักอีก5 ปี ปีละ 400 ปอนด์ เงิน 2,000 ปอนด์รวมเป็นคนละ 3,600 ปอนด์ จะได้รู้วิชาเสร็จสิ้นอย่างช้าใน 10 ปี แต่เงินนี้ฝากไว้ในแบงก์คงจะมีดอกเบี้ยมากขึ้น เหลือการเล่าเรียนจะได้ใช้ประโยชน์ของตัวเองตามชอบใจ เป็นส่วนยกให้ เงินส่วนของใครจะให้ลงชื่อเป็นของผู้นั้นฝากเอง แต่ในกำหนดยังไม่ถึงอายุ 21 ปีเต็ม จะเรียกเอาเงินใช้สอยเองมิได้ จะตั้งผู้จัดการแทนไว้ที่นอกให้เป็นผู้ชายจัดการไป จะได้ทำหนังสือมอบให้อีกฉบับหนึ่ง สำหรับที่จะได้ไปทวงในเวลาต้องการได้

การซึ่งใช้เงินพระคลังข้างที่ ไม่ใช้เงินแผ่นดินอย่างที่เคยจ่ายให้เจ้านายและบุตรข้าราชการไปเล่าเรียนแต่ก่อนนั้น เพราะเห็นว่าพ่อมีลูกมากด้วยกัน การซึ่งให้มีโอกาสและให้ทุนทรัพย์สินเงินทองอื่นๆ ด้วยเป็นของติดตัวอยู่ได้ ไม่มีอันตรายที่จะเสื่อมสูญ ลูกคนใดที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดก็ดี ฤาไม่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดก็ดี ก็จะต้องส่งออกไปเรียนวิชาทุกคนตลอดโอกาสที่จะเป็นไปได้เหมือนหนึ่งได้แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ลูกเสมอๆ กันทุกคน ก็ถ้าจะใช้เงินแผ่นดินสำหรับให้ไปเล่าเรียนแก่ผู้ซึ่งไม่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด กลับมาไม่ได้ทำราชการคุ้มกับเงินแผ่นดินที่ลงไป ก็จะเป็นที่ติเตียนของคนบางจำพวกว่ามีลูกมากเกินไปจนต้องใช้เงินแผ่นดินเป็นค่าเล่าเรียนมามากมายเหลือเกิน แล้วซ้ำยังไม่เลือกฟั้นเอาแต่ที่เฉลียวฉลาดจะได้ราชการ คนโง่คนเง่าก็เอาไปเล่าเรียนให้เปลืองเงิน เพราะค่าที่เป็นลูกของพ่อไม่อยากจะให้เป็นมลทินที่พูดติเตียนเกี่ยวข้องกับความปรารถนา ซึ่งจะสงเคราะห์แก่ลูกให้ทั่วถึงโดยเที่ยงธรรมนี้ จงมิได้ใช้เงินแผ่นดิน

อีกประการหนึ่งเล่าถึงว่าเงินพระคลังข้างที่นั้นเอง ก็เป็นเงินส่วนหนึ่งในเงินแผ่นดินเหมือนกัน เว้นแต่เป็นส่วนที่ยกให้แก่พ่อใช้สอยการในตัว ที่ทำการกุศลและสงเคราะห์บุตรภรรยาเป็นต้น เห็นว่าการสงเคราะห์ด้วยเล่าเรียนดังนี้เป็นดีกว่าอย่างอื่นๆ จึงได้เอาเงินรายนี้ใช้ เป็นการมีคุณต่อแผ่นดิน ที่ไม่ต้องแบ่งเงินแผ่นดินมาใช้เป็นค่าเล่าเรียนขึ้นอีกส่วนหนึ่งและพ้นจากคำคัดค้านต่างๆ เพราะเหตุที่พ่อได้เอาเงินส่วนที่พ่อจะได้ใช้เองนั้นออกให้เล่าเรียนด้วยเงินรายนี้ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดที่จะแทรกแซงว่าควรใช้อย่างนั้น ไม่ควรใช้อย่างนั้นได้เลย

3. จงรู้ตัวเป็นนิจเถิด ว่าเกิดมาเป็นเจ้านายมียศถาบรรดาศักดิ์มากจริงอยู่ แต่ไม่เป็นการจำเป็นเลยที่ผู้ใดเป็นเจ้าแผ่นดินขึ้น จะต้องใช้ราชการอันเป็นช่องที่จะหาเกียรติยศชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติ ถ้าจะว่าตามการซึ่งเป็นมาแต่ก่อน เจ้านายซึ่งจะหาช่องทำราชการได้ยากกว่าลูกขุนนางเพราะเหตุที่เป็นผู้มีวาสนาบรรดาศักดิ์มาก จะรับราชการในตำแหน่งต่ำๆ ซึ่งเป็นกระไดขั้นแรก คือเป็นนายรองหุ้มแพรมหาดเล็ก เป็นต้น ก็ไม่ได้เสียแล้ว จะไปตั้งแต่งให้ว่าการใหญ่โตสมยศศักดิ์ เมื่อไม่มีวิชาความรู้และสติปัญญาพอที่จะทำการในตำแหน่งนั้นไปได้ ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น เจ้านายจะเป็นผู้ได้ทำราชการ มีชื่อเสียงดี ก็อาศัยได้แต่สติปัญญาความรู้และความเพียรของตัว

เพราะฉะนั้น จงอุตสาหะเล่าเรียนโดยความเพียรอย่างยิ่ง เพื่อจะได้มีโอกาสที่จะทำการให้เป็นคุณแก่บ้านเมืองของตัว และโลกที่ตัวได้มาเกิด ถ้าจะถือว่าเกิดมาเป็นเจ้านายแล้วนิ่งๆ อยู่จนตลอดชีวิตก็เป็นสบาย ดังนั้นจะไม่ผิดอันใดกับสัตว์ดิรัจฉานอย่างเลวนัก สัตว์ดิรัจฉานมันเกิดมากินๆ นอนๆ แล้วก็ตาย แต่สัตว์บางอย่างยังมีหนังมีเขามีกระดูกเป็นประโยชน์ได้บ้าง แต่ถ้าคนประพฤติอย่างเช่นสัตว์ดิรัจฉานแล้วจะไม่มีประโยชน์อันใดยิ่งกว่าสัตว์ดิรัจฉานบางพวกไปอีก เพราะฉะนั้น จงอุตสาหะที่จะเรียนวิชาเข้ามาเป็นกำลังที่จะทำตัวให้ดีกว่าสัตว์ดิรัจฉานให้จงได้ จึงจะนับว่าเป็นการได้สนองคุณพ่อ ซึ่งได้คิดทำนุบำรุงเพื่อจะให้ดีตั้งแต่เกิดมา

โปรด “จงรู้ตัวเป็นนิจเถิด ว่าเกิดมาเป็นเจ้านายมียศถาบรรดาศักดิ์มากจริงอยู่ แต่ไม่เป็นการจำเป็นเลยที่ผู้ใดเป็นเจ้าแผ่นดินขึ้น จะต้องใช้ราชการอันเป็นช่องที่จะหาเกียรติยศชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติ”

จาก: บทความการศึกษา และ โพสต์ทูเดย์ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 อักษรเจริญทัศน์ (อจท)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: