:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    ตุลาคม 2017
    อา พฤ
    « พ.ย.    
    1234567
    891011121314
    15161718192021
    22232425262728
    293031  
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 450,120 hits

Archive for the ‘กีฬา การออกกำลังกาย’ Category

5 เหตุผล ชวนคนปั่นจักรยาน

Posted by Kru nawaporn บน เมษายน 1, 2014

ปัจจุบัน จักรยานได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากคนทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นการปั่นที่อินเทรนด์อยู่มากเลยทีเดียว เพราะการปั่นจักรยานได้ทั้งความสนุกสนาน ได้สังคม และยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย

clip_image002

ยิ่งท่ามกลางเหตุการณ์ทางการเมืองแบบนี้ด้วยแล้ว มีรถติด ปิดถนน การจราจรไม่ค่อยสะดวก แต่คนกรุงก็ไม่หวั่น มีทางเลือกดีๆ ขี่จักรยานคันงาม เท่ๆ แนวๆ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน จะขี่ไปเรียนไปทำงานหรือไปเที่ยวกันบ้าง ไทยรัฐออนไลน์จึงไปหา 5 เหตุผลมาตอบคำถามให้ทุกคนได้รู้กันว่า ทำไมเราถึงต้องปั่นจักรยาน

1. ปั่นจักรยานรักษ์โลก นอกจากการปั่นจักรยานจะประหยัดเงิน ประหยัดค่าน้ำมัน ยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วยแล้ว เพราะจักรยานเป็นยานพาหนะซึ่งไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ใดๆ ที่ทำให้ต้องเป็นตัวปล่อยมลพิษทางอากาศออกมาสู่โลกภายนอก นอกจากจักรยานไม่ก่อให้เกิดมลพิษแล้ว การปั่นจักรยานยังประหยัดพลังงานมากกว่าการเดินถึงสามเท่าในระยะทางเท่าๆ กัน เพราะถ้าลองเปรียบเทียบพลังงานที่เราใช้ในการปั่นจักรยาน ออกมาให้เหมือนรถยนต์ จะได้ประมาณ 4,705 กิโล/ลิตร

2. ลดน้ำหนักง่ายๆ ด้วยการปั่นจักรยาน การปั่นจักรยานออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดี การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยที่ไม่ต้องไปเสียเงินเข้าฟิตเนส หรือไปจ่ายกับค่าคอร์สตามสถาบันลดน้ำหนักต่างๆ ให้สิ้นเปลืองแต่อย่างใด แค่คุณลงทุนซื้อจักรยานสักคัน ไม่ต้องแพงมากหรอก เอาแค่พอขี่ได้ก่อน คุณรู้หรือไม่ว่า การปั่นจักรยานเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 600 แคลอรี หลายคนคงจะยังไม่รู้ว่ามันไม่ได้เผาผลาญแค่เฉพาะตอนที่เราปั่น ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าร่างกายของคนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจะมีสภาวะ “After Burner” หรือเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้อย่างต่อเนื่องหลังจากลงจากจักรยานแล้วต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมงด้วย แค่นี้ก็หุ่นดี ผอมเพรียว แถมยังสนุกอีกด้วย

3. ร่างกายแข็งแรง สดชื่น จิตใจแจ่มใส การขี่จักรยาน ก็เหมือนการออกกำลังกาย พอออกกำลังกายแล้วก็จะทำให้เราร่างกายแข็งแรงสดชื่น นอกจากนี้ยังช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกด้วย เพราะเวลาที่คุณขี่จักรยานคุณจะมีเวลาในการชมนก ชมไม้ ดูบรรยากาศรอบๆ เลือกที่จะไปปั่นจักรยานในสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวจำนวนมาก เมื่อมองไปแล้วก็จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย

ทั้งนี้ยังได้สัมผัสบรรยากาศบริสุทธิ์อีกด้วย และมีรายงานสุขภาพจากอังกฤษบอกว่าคนที่ปั่นจักรยานอย่างน้อย 30 นาทีเป็นเวลาห้าวันต่อสัปดาห์ มีโอกาสป่วยน้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยกว่าเท่าตัว นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสุขภาพในสหรัฐฯ หลายๆ ชิ้นยืนยันว่า การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการปั่นจักรยานช่วยลดความหดหู่และความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

4. หน้าเด็กลง การปั่นจักรยานนั้นช่วยให้ร่างกายเราลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารได้ดีขึ้น และช่วยขับถ่ายสารพิษในร่างกายได้มีประสิทธิภาพขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างการปั่นจักรยานจะช่วยกระตุ้นการผลิตสารคอลลาเจน ซึ่งเป็นสารที่สาวๆ หรือไม่สาวก็ต้องการเป็นอย่างมาก เพราะสารคอลลาเจนตัวนี้จะช่วยในเรื่องการลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า จึงไม่แปลกว่าทำไมคนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจึงหน้าตาอิ่มเอิบและผิวพรรณขาวใสกันทั้งนั้น

5. มีความเป็นอิสระ มีสังคม ได้เพื่อนใหม่เสน่ห์การปั่นจักรยานคงอยู่ที่ความเป็นอิสระ เมื่อไปถามนักปั่นตัวยงหลายๆ คนเขาก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าการปั่นจักรยานมันไม่เหมือนกับการขับขี่รถประเภทอื่น การปั่นจักรยานมันสามารถหยุดในที่ที่เราอยากหยุดได้ ชมบรรยากาศ ทัศนียภาพอื่นๆ ซึ่งมีสถานที่หลายแห่งที่ไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าไป หรือแม้จะเดินเข้าไปก็ช้าและเสียเวลา

จักรยานอาจเป็นทางเลือกที่ดี หากเราต้องการเข้าไปถึงในที่ที่เราต้องการ ทั้งนี้แล้วสังคมการปั่นจักรยานก็ค่อนข้างจะอบอุ่นและเป็นมิตร ทุกคนสามารถรู้จักกันได้ภายในเวลาอันรวดเร็วเหมือนเป็นกฎการดึงดูด (Law of Attraction) คือสิ่งที่เหมือนกันจะเข้าหากัน คน 2 คนที่เหมือนกันมักจะเข้าหากัน สิ่ง 2 สิ่งที่เหมือนกันจะดึงดูดเข้าหากัน ซึ่งเป็นกฎธรรมชาติพื้นฐานที่พระเจ้าสร้างไว้อยู่แล้ว นอกจากนี้หากใครมีปัญหาอะไรก็มักจะช่วยเหลือกันและยังช่วยเสริมสุขภาพเราในทางอ้อมอีกด้วย มีผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Howard ออกมาว่า คนที่ไม่มีเพื่อนและไม่เข้าสังคมมีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยมากกว่าคนสูบบุหรี่และคนที่เป็นโรคอ้วนเสียอีก

ที่มา: เว็บไซต์ไทยรัฐ

ขอบคุณ: เว็บไซต์ thaihealth.or.th

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขี่จักรยาน วิธีเลือกซื้อ และวิธีฟื้นฟูร่างกายหลังการปั่นจักรยาน

 

Advertisements

Posted in กีฬา การออกกำลังกาย | Tagged: , , , | Leave a Comment »

"เลือกออกกำลังกาย ให้หัวใจได้ประโยชน์"

Posted by Kru nawaporn บน มกราคม 30, 2013

clip_image002เคยได้ยินไหมว่าคนนั้นชอบออกกำลังกายชอบเล่นกีฬาแต่ตายด้วยโรคหัวใจ

ข่าวทำนองนี้เรามักได้ยินเสมอเพราะหลายคนไม่รู้ว่ากีฬาบางอย่าง หรือการออกกำลังกายบางประเภท ไม่ทำให้หัวใจได้ประโยชน์เลย แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่าออกกำลังกายแบบไหนที่เราจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

การออกกำลังกายที่มีประโยชน์ต่อระบบหลอดเลือด และระบบสูบฉีดโลหิต เรามักคุ้นเคยกันดีว่าเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิค คือการใช้ออกซิเจนเป็นส่วนสำคัญในการออกกำลังกาย เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ขี่จักรยาน เต้นรำ เต้นแอโรบิค 

การออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยให้หัวใจทำงานเพิ่มขี้น สูบฉีดโลหิตได้ดียิ่งขึ้นส่งผลให้หัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงจากโรคหลอดเลือด โรคหัวใจที่ทุกวันนี้เอาชีวิตคนไทยและคนทั่วโลกไปมากต่อมาก 

หัวใจเต้นแรงขึ้นแค่ไหนเราถึงได้ประโยชน์

ไม่ใช่เงินในกระเป๋าที่ยิ่งมากยิ่งดี การออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคหัวใจถามหา ต้องทำให้หัวใจเต้นในระดับที่เร็วและแรงมากพอให้ร่างกายได้หลั่งฮอร์โมนที่ดีออกมา ที่เราเรียกว่า สารแห่งความสุขเอนดอร์ฟิน (ฮอร์โมนตัวนี้เป็นตัวที่ทำให้คนออกกำลังอารมณ์ดีและมีความสุข) 

clip_image004วิธีคำนวณการเต้นของหัวใจที่เหมาะสม
คนอายุไม่เท่ากัน ระดับการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายก็ไม่เท่ากัน สูตรคำนวณง่ายๆ ผู้ชายเอาตัวเลข 220 ตั้ง แล้วลบด้วยอายุของคุณ ออกมาคือตัวเลข 100% ของความสามารถสูงสุดของหัวใจคุณ คุณจะได้ประโยชน์ในการออกกำลังกายครั้งนั้น ค่าเฉลี่ยควรอยู่ที่ 60-85%  ของการเต้นสูงสุด 

ส่วนผู้หญิงใช้ตัวเลข 226 ลบด้วยอายุ

 


ตัวอย่างผู้ชายอายุ
30 ปีอัตราสูงสุดของการเต้นของหัวใจเท่ากับ 220-30=190

ร่างกายของหนุ่มคนนี้จะได้ประโยชน๋ก็ต่อเมื่อหัวใจเต้นอยู่ในช่วง 60 – 85 % เท่ากับ 114 ครั้ง ถึง 161 ครั้งต่อนาที

วิธีจับการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย มีเคล็ดง่าย ๆ เพียงจับชีพจรที่ข้อมือ หรือใต้คางข้างลำคอเพียง 10 วินาทีแล้วคูณด้วย 6

ที่มา: เว็บไซต์ Never-age.com

Posted in กีฬา การออกกำลังกาย, นานาสาระ ..., สุขภาพ และโภชนาการ | Tagged: , , , , | Leave a Comment »

คีโมกับมะเร็ง และการดำรงชีวิต

Posted by Kru nawaporn บน พฤศจิกายน 27, 2012

เรื่องจริงที่ หมอไม่ได้บอก……

หลังจากหลายปีที่พูดกันว่า การทำคีโมเป็นทางเลือกเดียวที่จะลอง และใช้ในการกำจัดโรคมะเร็ง ในที่สุดโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่น ๆ อีก

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์

1. ทุก ๆ คนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจ สอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล (1,000,000,000 เซล) เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้ว หมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้ เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอจนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

2. เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคน ๆ หนึ่ง

3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลมะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัว และกลายเป็นเนื้องอก

4. เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคน ๆ นั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหาร และปัจจัยอื่น ๆ ในการดำรงชีวิต

5. เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหาร รวมทั้งสารอาหารบางอย่าง จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น

6. การทำคีโม คือ การให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันมันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูกทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ

8. การบำบัดโดยคีโมและการฉายรังสี มักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรก ๆ อย่างไรก็ตาม ถ้าทำไปนาน ๆ พบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก

9. เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโม หรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกัน อาจปรับตัวเข้ากันได้ หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคน ๆ นั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิด และทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

10. การทำคีโมและการฉายรังสี อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ ดื้อยา และ ยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย

11. วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง คือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง

a. น้ำตาลคืออาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็ง สารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น”นิวตร้าสวีต” “อีควล” “สปูนฟูล” ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวานซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือน้ำผึ้งมานูคา(จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อยแต่ในปริมาณน้อย ๆ เท่านั้น เกลือสำเร็จรูป ก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ “แบรกอมิโน” หรือ เกลือทะเลแทน

b. นม เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็ง จะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้เซลมะเร็งไม่ได้รับอาหาร

c. เซลมะเร็งเติบโตได้ดีในภาวะแวดล้อมที่เป็นกรด อาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไก่แทนเนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์และเชื้อปรสิต บางประเภทตกค้างอยู่ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง

d. อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ดถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่ว น้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมซาบสู่ระดับเซลภายใน 1 นาที เพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี พยายามดื่มน้ำผักสด (ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน) และรับประทานผักสดดิบ2-3 ครั้งต่อวัน เอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ140 องศาF (ประมาณ 4 องศาC)

e. ให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดี และมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อ หลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรดให้หลีกเลี่ยง

12. โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อยเนื้อ สัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหาร จะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น

13. ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็ง และช่วยให้ เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น

14. สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน (สารIP6 [inositol hexaphosphate หรือ phyti acid], สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์, วิตามิน, เกลือแร่, EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหารอื่น ๆ เช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซล หรือ กำหนดระยะเวลาการตายของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกาย ในการกำจัดเซลที่ถูกทำลายซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป

15. มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุก และ การคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็งความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียด และมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น ให้เรียนรู้ที่จะมีความรัก และจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลาย และมีความสุขกับชีวิต

16. เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีออกซิเจนเป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจลึก ๆ จะช่วยให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซล การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจน ถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง

ข้อมูลนี้คุณ Hning Hn ได้กรุณาให้เพิ่มเติมมาเพื่อเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ

Posted in กีฬา การออกกำลังกาย, สุขภาพ และโภชนาการ | Tagged: , | Leave a Comment »