:: ครูนวพร ::

  • Today’s Photo

  • Calendar:

    มิถุนายน 2017
    อา พฤ
    « พ.ย.    
     123
    45678910
    11121314151617
    18192021222324
    252627282930  
  • Archieves:

  • จำนวนผู้เข้าชม

    • 436,669 hits

Archive for the ‘นานาสาระ …’ Category

แมงกะพรุนกล่อง (Box jellyfish) นักพ่นพิษตัวร้ายในทะเล

Posted by Kru nawaporn บน พฤศจิกายน 10, 2015

clip_image002[10]

ลักษณะของแมงกะพรุนกล่อง

1. เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จัดอยู่ในไฟลัม Cnidaria กลุ่ม Cubozao ซึ่งจัดเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง

2. มีลำตัวคล้ายร่มหรือระฆังคว่ำ

3. หนวดแต่ละเส้นมีพิษอยู่ประมาณ 5,000 เซลล์

4. มีลักษณะโปร่งใส หรืออาจมีสีฟ้าอ่อน สีเหลือง สีชมพู สีน้ำตาล หรือไม่มีสีเลย ซึ่งสังเกตได้ยากมาก แม้ในน้ำทะเลใส

5. เคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง โดยสามารถพุ่งตัวสู่ผิวน้ำได้อย่างรวดเร็ว และยังว่ายน้ำได้เร็วถึง 5 ฟุตต่อวินาที

บริเวณที่พบแมงกะพรุนกล่อง

  1. สามารถพบได้ตั้งแต่ตัวอ่อนขนาด 3-4 ซ.ม. ไปจนถึงตัวเต็มวัยขนาด 20 ซ.ม.
  2. สามารถพบได้บริเวณทะเลเขตร้อนในประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย (มีรายงานพบที่เกาะหมาก จังหวัดตราด เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

การจำแนกสายพันธุ์ของแมงกะพรุนกล่อง

แมงกะพรุนกล่องมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งจำแนกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ซึ่งแบ่งตามลักษณะเด่นของหนวด (Tentacle) ที่ใช้ในการป้องกันตัวและจับเหยื่อ

Picture3

Picture4

พิษของแมงกะพรุนกล่องต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

เมื่อหนวดสัมผัสกับผิวหนัง จะปล่อยสารพิษในกลุ่ม Protiolytic enzyme ซึ่งมีพิษต่อระบบต่าง ๆ ดังนี้

1. ผลต่อผิวหนัง: ทำให้ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสตาย มีอาการคันและเจ็บปวดบริเวณบาดแผลมาก

2. ผลต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง: ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแตก และพิษซึมเข้าสู่กระแสเลือด เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้

3. ผลต่อหัวใจ: ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจหยุดเต้น

4. ผลต่อระบบประสาท: คลื่นไส้ อาเจียร เวียนศีรษะ กระสับกระส่าย กดระบบประสาททำให้หยุดหายใจ

5. ผลต่อระบบกล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังเกร็ง ซึ่งอาจทำให้จมน้ำได้

วิธีการช่วยเหลือและปฐมพยาบาล

1. ผู้ช่วยเหลือต้องแน่ใจว่าตัวเองปลอดภัยจากแมงกะพรุน

2. นำผู้บาดเจ็บขึ้นจากน้ำหรือไปยังบริเวรที่ปลอดภัย

3. ให้ผู้ป่วยอยู่นิ่ง ๆ เพื่อลดการยิงพิษจากแมงกะพรุน

4. ห้ามขัดถูบริเวณที่ถูกแมงกะพรุน

5. เรียกให้คนช่วยและโทร 1669 เรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน ควรสังเกตประเมินอาการตลอดเวลา

6. หากหมดสติ ไม่หายใจหรือไม่มีชีพจร ให้ทำการ CPR ทันที (ใช้หลัก A – B – C)

7. ล้างบริเวณที่ถูกพิษด้วยน้ำส้มสายชูบ้าน ความเข้มข้น 2 – 10 % นานอย่างน้อย 30 วินาที หากไม่มีให้ใช้น้ำทะเล

8. ใช้ถุงมือหนาหรือแนบ คีบหนวดที่ยังติดอยู่ ห้ามใช้มือเปล่าหยิบ

9. ให้ใช้วัสดุขอบเรียบ เช่น เปลือกหอย บัตร สันมีด ขูดเอาเมือกที่เหลืออยู่ออก

10. ในกรณีของแมงกะพรุนกล่อง ให้ใช้น้ำแข็งประคบ ลดอาการปวด หลังจากล้างด้วยน้ำส้มสายชูแล้ว หรือใช้ผักบุ้งทะเลตำพอกที่แผล แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล

ข้อควรระวัง

1. ห้ามใช้น้ำจืดล้าง เพราะจะกระตุ้นเข็มพิษให้ทำงานมากยิ่งขึ้น ส่วนการใช้แอมโมเนียล้าง ก็จะทำให้อาการปวดเพิ่มมากขึ้น

2. ห้ามถูหรือขยี้

3. หลีกเลี่ยงการใช้เทคนิคพันรัดแน่นด้วยผ้ายืด

ขอบคุณข้อมูลจาก คู่มือจำแนกชนิดแมงกะพรุน ศูนย์วิจัยชายฝั่งทะเลและอ่วไทยตอนล่าง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และ วิชาการ.คอม

Posted in นานาสาระ ... | Tagged: | Leave a Comment »

5 วิธีสร้างนิสัยรักการอ่านในเด็ก

Posted by Kru nawaporn บน กุมภาพันธ์ 25, 2013

clip_image0011. สร้างบรรยากาศให้อยากอ่านหนังสือ

บรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น เย็นสบาย ไม่ร้อน อากาศถ่ายเทได้ดี จะช่วยสร้างบรรยากาศให้อยากอ่านหนังสือและเป็นการเรียกสมาธิจากการอ่านได้อย่างดี

2. อ่านหนังสือให้เด็กฟัง

การอ่านหนังสือให้เด็กฟังก่อนนอน และมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือ จะช่วยกระตุ้นความอยากรู้ของเด็กต่อเนื้อหาในหนังสือมากยิ่งขึ้น 

คนที่ชอบอ่านหนังสือในห้องนอน สะท้อนถึงการชอบนอนอ่านและความเป็นส่วนตัว สำหรับผู้ที่มีบุตรหลานใช้โอกาสก่อนเข้านอนเล่านิทานให้บุตรหลานฟัง หรือใช้เวลาสำหรับการอ่านหนังสือร่วมกัน โดยนิทานที่อ่านให้บุตรหลานฟัง มีทั้งนิทานพื้นบ้าน นิทานอีสป

หากเป็นหนังสือสำหรับเด็ก จะมีเนื้อหาที่ช่วยส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เกี่ยวกับสุขลักษณะนิสัย และพฤติกรรมของเด็ก เช่น หมีน้อยไม่ยอมสระผม หนูนิดไม่อยากไปโรงเรียน หนูนิดไม่ชอบทานผัก ช้างขี้โมโห ร่างกายของฉัน และส่วนใหญ่นิทานที่ผู้ปกครองเลือกมาเล่าหรืออ่านให้ฟัง จะเป็นนิทานสำหรับเด็ก เสริมสร้างจินตนาการ สร้างเสริมลักษณะนิสัย ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสอดเทรกเนื้อหาสอนใจให้กับเด็ก ๆ ด้วย เช่น กระต่ายกับเต่า เด็กเลี้ยงแกะ ลูกหมูสามตัว สโนวไวท์ และในจำนวนนิทานที่เล่าให้เด็กฟังพบว่ามีนิทานเรื่องพระเวสสันดร สุวรรณสาม รามเกียรติ์ ที่เป็นวรรณคดีไทยรวมอยู่ด้วย

3. ส่งเสริมให้เด็กพกหนังสือติดกระเป๋าตลอดเวลา เพื่อให้เด็กหยิบมาอ่านได้ทันทีเมื่อมีเวลาว่าง

สำหรับเด็กเพิ่งเริ่มอ่านให้เริ่มต้นจากหนังสือภาพที่เนื้อหาสั้น เข้าใจง่าย มีภาพสวยงาม และเด็กเป็นผู้เลือกด้วยตัวเอง โดยผู้ปกครองอ่านให้ฟัง สลับกับให้เด็กอ่านให้ผู้ปกครองฟังจนกระทั่งเด็กสามารถอ่านได้ด้วยตนเอง

4. เล่านิทานประกอบกิจกรรม

ผู้ปกครองควรอ่านออกเสียงและให้เด็กอ่านตาม พร้อมทำกิจกรรมในหนังสือ เช่น วาดรูประบายสี ทำท่าทางประกอบการเล่า ปิดไฟ ส่องเพดานเล่าประกอบกับเงา

5. พาเด็กไปร้านหนังสือ และให้โอกาสในการเลือกซื้อหนังสือด้วยตัวเอง หากมีงานเทศกาลเกี่ยวกับหนังสือ ก็พาเด็กไปร่วมเพื่อให้เห็นบรรยากาศของการอ่าน 

 

ที่มา:ไทยคิดส์

Posted in นานาสาระ ... | Tagged: , , | Leave a Comment »

5 วิตามินยอดฮิตใช้อย่างไรให้ถูกวิธี

Posted by Kru nawaporn บน กุมภาพันธ์ 22, 2013

clip_image002เมื่อพูดถึง “วิตามิน” คนส่วนใหญ่มักนึกถึงสรรพคุณทาง “ยา” ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สดชื่น และสามารถรักษาโรคได้ 

ความเข้าใจดังกล่าวถูกต้องเพียงบางส่วน แม้ว่าวิตามินจะสามารถทำหน้าที่เสมือนยา แต่ถึงอย่างไรวิตามินก็ไม่ใช่ยา เพราะความจริงแล้ววิตามินเป็นส่วนหนึ่งของสารอาหาร และสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย เริ่มตั้งแต่การหายใจของเซลล์ การนำโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตไปใช้ในการสร้างเนื้อเยื่อ รวมถึงการผลิตพลังงาน ซึ่งโดยปกติแล้ว ร่างกายของคนเราไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์วิตามินขึ้นได้เอง เราจึงต้องได้รับวิตามินที่เป็นสารสกัดจากสิ่งมีชีวิต (Organic) โดยผ่านทางการกินอาหารเสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย วัตถุประสงค์และวิธีการกินวิตามินรวมถึงสารอาหารยอดฮิตชนิดต่างๆ ให้ถูกต้องและปลอดภัยควรทำอย่างไร ลองตามไปดู

วิตามินซี ในรูปแบบอาหารเสริมมีทั้งแบบเม็ดอัด แคปซูล ลูกอม ผสมน้ำหวาน-เครื่องดื่ม หรือผงละลายน้ำ รวมถึงการนำมาทำเป็นซีรั่ม ครีม และโลชั่น เพื่อเป้าหมายหลักในการบำรุงผิวให้ดูขาวใส เปล่งปลั่ง ลดความหมองคล้ำ นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย สามารถป้องกันและรักษาโรคหวัด ทั้งยังมีส่วนช่วยลดการอักเสบจากการติดเชื้อ และลดระดับคลอเลสเตอรอลได้อีกด้วย ปัญหาการขาดวิตามินซีพบได้ในกลุ่มคนที่ควบคุมอาหารมากๆ เป็นมังสวิรัต สูบบุหรี่ รวมถึงผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับการดูดซึม ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดข้อ เลือดออกตามไรฟัน แผลหายช้า และติดเชื้อง่าย ปริมาณวิตามินซีที่รางกายต้องการขั้นต่ำต่อวันคือ 60 มิิลลิกรัม ส่วนบางรายที่ขาดวิตามินซีนั้น แพทย์จะแนะนำให้กินวันละไม่เกิน 1000 มิลลิกรัม เพื่อประโยชน์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย แต่ในช่วงที่เป็นหวัดควรกินวันละ 3000 มิลลิกรัม โดยแบ่งเป็น 3-6 เวลาตลอดทั้งวัน จะลดความรุนแรงของหวัดได้มากที่สุด 85%

วิตามินบีรวม เป็นกลุ่มของวิตามินที่มีความจำเป็นต่อเส้นประสาท และความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยวิตามินบี1, บี2, ไนอะซีน, แพนโทธีนิกแอซิด, บี6, บี12, โฟลิกแอซิด, ไอโนซิทอล และโคลีน   วิตามินบีรวมนอกจากจะเหมาะสำหรับการบำรุงสุขภาพผิว ผม สายตา ตับแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างมากในการรักษาความผิดปกติของเส้นประสาท และคลายความเคร่งเครียดในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้หลายคนไม่รู้ว่า     วิตามินบียังช่วยให้กระฉับกระเฉง ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่นอนดึกหรือนอนหลับยาก การกินวิตามินบีก่อนนอน อาจทำให้คุณกลายร่างเป็นนกฮูกตาค้างไปทั้งคืน สำหรับปริมาณในการกินวิตามินบีเพื่อเป็นอาหารเสริมควรอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 มิลลิกรัมต่อวัน

น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส มีประโยชน์ช่วยต้านการอักเสบ เป็นองค์ประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ ช่วยป้องกันและยับยั้งการลุกลามของภาวะประสาทเสื่อมจากโรคเบาหวาน บำรุงผิวพรรณ รักษาผิวหนังอักเสบ นอกจากนี้ยังพบรายงานวิจัยบ่งชี้ว่า การรับประทานน้ำมันอีฟนิงพริมโรส มีผลในการรักษาภาวะประจำเดือนผิดปกติ คลายการเจ็บเต้านมช่วงก่อนมีประจำเดือน และช่วยบรรเทาอาการปวดบวมของข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ แม้อีฟนิ่งพริมโรสจะถูกโฆษณาและโหมสรรพคุณมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องการบำรุงผิวพรรณ แต่ทางที่ดีควรใช้เท่าที่จำเป็น ไม่เกิน 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับผลข้างเคียงอาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ ผื่นแพ้และลมชักกำเริบ

กลูต้าไธโอน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เซลล์ในร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ได้เอง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่ในการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และที่สำคัญยังช่วยตับในการทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกายด้วย ผลิตภัณฑ์กลูตาไธโอนที่พบในท้องตลาดส่วนใหญ่ เน้นสรรพคุณเรื่องผิวขาว มักอยู่ในรูปยาเม็ดหรือผงละลายน้ำ ซึ่งสามารถถูกทำลายได้ในทางเดินอาหารของมนุษย์ ดังนั้นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการกินกลูตาไธโอนจึงแทบจะไม่มีเลย ทำให้มีคนพยายามนำกลูตาไธโอนในรูปแบบยาฉีดมาใช้แทนยากินมากขึ้น แต่ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของกลูตาไธโอน เพื่อให้ผิวขาวใสนั้นก็ยังไม่มีการพิสูจน์ผลที่ชัดเจน

Zinc (สังกะสี) เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่ช่วยรักษาบาดแผลในร่างกาย และช่วยให้ร่างกายดำรงความสมดุลในผู้ใหญ่ และช่วยทำให้เกิดความเจริญเติบโตในเด็ก ควบคุมฮอร์โมน สังเคราะห์โปรตีน ช่วยสร้างเซลล์ เสริมภูมิคุ้มกัน zinc ประกอบด้วยเอ็นไซม์ที่ควบคุมกระบวนการเผาผลาญ ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ โดยปัจจัยต่าง ๆ หน้าที่ของ zinc ที่น่าสนใจก็คือ การช่วยควบคุมอาการผิดปกติของผิว และช่วยในการรักษาบาดแผล อาหารเสริม zinc จะให้ผลดีที่สุดหากกินก่อนอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร อย่างไรก็ดีหากมีอาการปวดท้องควรกินพร้อมอาหาร และไม่ควรกินร่วมกับอาหารที่มีแคลเซียมหรือฟอสฟอรัสสูง เพราะอาจทำให้การดูดซึมสังกะสีลดลง

จำให้ขึ้นใจ วิตามินไม่ใช่ยาวิเศษ!

“วิตามินไม่สามารถทดแทนอาหารได้ และไม่สามารถดูดซึมได้หากไม่ได้รับประทานร่วมกับอาหาร

“วิตามินไม่ใช่ยากล่อมประสาท”

“วิตามินไม่สามารถทดแทนโปรตีนหรือสารอาหารอื่น เช่น เกลือแร่ ไขมัน คาร์โบไฮเดรต น้ำ หรือแม้แต่ทดแทนกันเอง โดยตัวของวิตามินเองแล้ว ไม่ใช่ส่วนประกอบของโครงสร้างในร่างกายเรา คุณไม่สามารถเลิกกินอาหารอื่น ๆ และหันมากินแต่วิตามินเพื่อสุขภาพที่ดีได้

ที่มาจาก: facebook.com/tonydrugstore

Posted in นานาสาระ ..., สุขภาพ และโภชนาการ | Tagged: , , , , , , , | Leave a Comment »